การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างการวิจัยของอาจารย์พยาบาล มหาวิทยาลัยราชธานี
คำสำคัญ:
คำสำคัญ : รูปแบบกระบวนการวิจัย, การเสริมสร้างพลังอำนาจ, แรงจูงใจ, ความพึงพอใจบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาการวิจัย 2) เพื่อศึกษาความรู้ความเข้าใจขั้นตอนการวิจัย 3) เพื่อศึกษาการสร้างและพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างการวิจัย 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อพัฒนาการวิจัย 5) เพื่อประเมินคุณภาพการใช้รูปแบบการพัฒนาการเสริมสร้างการวิจัยดำเนินการแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ศึกษาสภาพปัญหาการวิจัยของตัวอย่างที่เป็นอาจารย์พยาบาล 2) พัฒนารูปแบบการส่งเสริมการวิจัย 3) ทดลองใช้รูปแบบการเสริมสร้างการวิจัย 4) ศึกษาความพึงพอใจการพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างการวิจัย ตรวจสอบคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒินำไปทดลองใช้กับตัวอย่างที่เป็นอาจารย์พยาบาล จำนวน 10 คน วิเคราะห์ด้วยสถิติ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
- สภาพปัญหาการวิจัยอยู่ในระดับปานกลาง ( =3.10, SD=0.61)
- คะแนนความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาขั้นตอนการวิจัยของตัวอย่างที่เป็นอาจารย์พยาบาลอยู่ในระดับน้อย (ร้อยละ30)
- รูปแบบการเสริมสร้างการวิจัย ประกอบด้วยกลยุทธ์3 ส่วน คือ 1) กระบวนการเตรียมความพร้อมของอาจารย์พยาบาลและสื่อในการทำกิจกรรมในการพัฒนา 2) ปฏิบัติตามกิจกรรมที่มีส่วนร่วมในการพัฒนางานวิจัย
3) สรุปและประเมินผลด้วยการสะท้อนกระบวนการเรียนรู้ โดยผ่านกระบวนการกลุ่มและติดตามตัวชี้วัดตามเกณฑ์การประกันคุณภาพการศึกษาโดยตัวอย่างที่เป็นอาจารย์พยาบาลได้รับการเสริมสร้างการวิจัยอยู่ในระดับมาก ( =4.46, SD=0.50) - ความพึงพอใจที่มีต่อการพัฒนาการเสริมสร้างการวิจัยอยู่ในระดับปานกลาง ( =2.98, SD=0.90)
- คุณภาพการใช้รูปแบบการเสริมสร้างการวิจัยในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( =3.80, SD=0.71)
เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมการทางการพยาบาลแห่งชาติ สภาการพยาบาล (2537). การวิจัยทางการพยาบาลในทศวรรษ
หน้า:นโยบายและแนวทาง กรุงเทพ: วีเจ พริ้นติ้ง. 22 (2), 2
National Nursing Committee, Nursing Council (1994). Nursing research in the next decade: policies
and guidelines. Bangkok: VJ Printing, 22 (2), 2
โชติกา ระโส. (2555) .แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, สาขา
การอุดมศึกษามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
Chotika Raso. (2012). Job Performance Motivation Of Personnel at Nakhon Sawan Rajabhat
University. Master Thesis. M.Ed. (Higher Education). Bangkok : Graduate school, Sinakharinwirot University.
เนตรนภา สาสังข์และคณะ(2559). การเสริมสร้างพลังอำนาจกับความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การของพยาบาล
วิชาชีพ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. วารสารพยาบาลทหารบก.17 (1) 79.
Netnapha Sangsang and Others (2012).Empowerment: the role of nurses Thammasat Hospital
Chalerm Phrakiat Journal of the Royal Thai Army Nurses, 17 (1), 79
นิจวรรณ วีรวัฒโนดม และคณะ (2561). ความพึงพอใจต่อการบริหารหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัย
พยาบาลบรมราชธานีชัยนาทปีการศึกษา 2558. วารสารเกื้อการุณย์.25 (2), 22.
Nitjawan Weerawatthanodom. (2018) The Satisfaction toward the Curriculum Administration of
the Bachelor of Nursing at Boromarajonani College of Nursing, Chainat, of Academic Year Kuakarun Journal of Nursing, 25 (2), 22
ประณีต ส่งวัฒนา (2552). สถานภาพและทิศทางการวิจัยทางการพยาบาล : มุมมองจากประสบการณ์
วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ปีที่1 ฉบับปฐมฤกษ์ หน้า 2.
Praneed Songwathana (2009) Status and Trends in Nursing research : view from experience,
1 (InaugralEdition) , 2
ภัครวรรณ ปิ่นแก้ว.(2558). การเสริมสร้างพลังอำนาจในงานและความผูกพันต่อองค์กรระหว่างองค์กรญี่ปุ่น
และองค์กรไทย สาขาวิชาการจัดการเชิงกลยุทธ์ คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Phakkarawan Pinkaew (2015) EMPOWERMENT AND ORGANIZATIONALCOMMITMENT BETWEEN
JAPAN ORGANIZATIONAND THAI ORGANIZATION. Master of Business Administration
Program in Strategic Management Faculty of Commerce and Accountancy Thammasat
University.
วาสนา ม่วงแนม.(2560). รูปแบบการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพของข้าราชการครู.
วารสารวิจัยทางการศึกษาคณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ .11(2) หน้า136-137
Watsana Muangnaem(2017). A MODEL OF MOTIVATION ENHANCEMENT ON EFFICIENT TEACHING
PRACTICES OF TEACHERS UNDER THE OFFICE OF SECONDARY EDUCATIONAL SERVICE AREA 11Journal of Educational Research Faculty of Education Srinakharinwirot University, 11, (2) ,136-137
วิจิตร ศรีสุพรรณ และคณะ. (2541). “การศึกษาความต้องการกำลังคนด้านการพยาบาลกลุ่มผู้ให้บริการด้าน
การพยาบาล”. สารสภาการพยาบาล. 13 (1), หน้า 63-72.
Wichit Srisuphan and Others. (1998). A study of nursing staffing needs for healthcare providers
Nursing ". Message from the Nursing Council, 13 (1), 63-72.
ศิริชัย กาญจนวาสี.(2559). การวิจัยและพัฒนาการศึกษาไทย. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย.8 (2) หน้า 4.
Sirichai Kanjanawasee .(2016) Research and Development for Thai Education Silpakorn Journal of
Research Sciences, 8 (2), 4
Conger JA, Kanungo RN. The empowerment process:integrating theory and practice. Acad
Manage Rew, 1988;13:471-482.
Evan, D. (2001). “Systemic reviews of nursing research: development of a conceptual
framework.” Unpublished PhD dissertation. Department of Clinical Nursing, AdelaideUniversity, Australia.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
1. บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้ได้มีการตรวจสอบการลอกเลียนงานวรรณกรรมแล้ว ไม่เกินร้อยละ 25
2. บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้เป็นข้อคิดเห็น ข้อค้นพบของผู้เขียนบทความ โดยผู้เขียนบทความต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลทางกฎหมายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากบทความนั้น ๆ
3. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานีก่อนเท่านั้น และจะต้องมีการอ้างอิงวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี ฉบับนั้น ๆ ด้วย