การปฏิบัติการพัฒนาผลการเรียนรู้ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ STAD ในวิชาฟิสิกส์ ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนนาจะหลวย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 37-44
คำสำคัญ:
การพัฒนาผลการเรียนรู้ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือSTAD , การวิจัยปฏิบัติการ, ฟิสิกส์บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาผลการเรียนรู้ เรื่อง ฟิสิกส์อะตอม โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ STAD ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน และ 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ STAD และการจัดการเรียนรู้แบบปกติ ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ กลุ่มทดลอง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2 จำนวน 35 คน และกลุ่มควบคุม คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/3 จำนวน 35 คนภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ STAD และแผนการจัดการเรียนรู้แบบปกติ 2) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ (1) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ฟิสิกส์อะตอม (2) แบบทดสอบท้ายวงจร (3) แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการสอนของครู (4) แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน (5) แบบสัมภาษณ์นักเรียน
(6) แบบบันทึกประจำวันของครู สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที
ผลการวิจัยพบว่า
- การพัฒนาผลการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ เรื่อง ฟิสิกส์อะตอม โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ STAD มี 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1) การนำเสนอบทเรียนทั้งชั้น 2) การเรียนกลุ่มย่อย 3) การทดสอบย่อย 4) คะแนนความก้าวหน้าของแต่ละคน 5) กลุ่มที่ได้รับการยกย่องหรือยอมรับ และใช้การจัดการเรียนรู้แบบปกติ มี 3 ขั้นตอน ดังนี้ 1) ขั้นนำ 2) ขั้นสอน 3) ขั้นสรุป จากการปฏิบัติการ พบว่าการจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ STAD เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ช่วยเหลือกัน ทำงานช่วยกันจนเสร็จจากข้อมูลการสัมภาษณ์ พบว่านักเรียนกลุ่มที่อ่อนจะกล้าถามเรื่องที่ไม่เข้าใจจากสมาชิกในกลุ่มที่เก่งกว่ามากขึ้นเนื่องจากมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน นอกจากนี้ บุคลิกภาพของครูก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ห้องเรียนมีบรรยากาศที่ดีในการเรียน นักเรียนชอบให้ครูมีความเป็นกันเอง ยิ้มแย้มแจ่มใส และมีอารมณ์ขัน ทำให้มีความสนุกสนานในการเรียนในการทดสอบย่อยนักเรียนจะมีความพยายามเพื่อให้ได้คะแนนที่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อที่จะได้รับการยกย่อง ผลปรากฏว่าการจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ STAD สามารถพัฒนาผลการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ได้ดีขึ้น
- การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนวิชาฟิสิกส์ เรื่อง ฟิสิกส์อะตอม ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลปรากฏว่ามีนักเรียนร้อยละ 82.85 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดที่มีคะแนนการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 50 ของคะแนนเต็ม นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
- การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์เรื่อง ฟิสิกส์อะตอม ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ STAD และการจัดการเรียนรู้แบบปกติของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนร้อยละ 82.85 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดที่เรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ STAD ที่มีคะแนนการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 50 ของคะแนนเต็ม ซึ่งสูงกว่านักเรียนร้อยละ 68.57 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดที่เรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบปกติ ที่มีคะแนนการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 50 ของคะแนนเต็ม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
นงนุช ศุภวรรณ์ การพัฒนาแบบทดสอบวินิจฉัย เรื่อง ฟิสิกส์อะตอม 2 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2547.
เนตรนภา เกียรติสมกิจ. การเปรียบเทียบผลการจัดการเรียนรู้วิชา เคมี เรื่องพันธะเคมี และความสามารถทางทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD และเรียนด้วยวิธีปกติ. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, 2552.
ประนอม โพธิ์กัน. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์และเจตคติต่อการเรียนภาษาไทย เรื่องคำและหน้าที่ของคำ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้เทคนิค STAD กับการสอนแบบปกติ. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, 2550.
ลออ ปิ่นทอง. การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้เรื่องหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาของนักเรียนชั้นประถมศึกษา
ปีที่ 5 ที่เรียนโดยใช้วิธีสอนตามรูปแบบการสอนแบบกลุ่มร่วมมือกิจกรรม STAD กับวิธีสอนตามปกติ. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัย ราชภัฏเทพสตรี, 2549.
สมคิด ภูสมดี. การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค STAD เรื่อง ระบบนิเวศ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2550.
อัญชนา โพธิพลากร. การพัฒนาชุดการเรียนคณิตศาสตร์ที่เน้นทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาตร์ด้วยการร่วมมือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2545.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
1. บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้ได้มีการตรวจสอบการลอกเลียนงานวรรณกรรมแล้ว ไม่เกินร้อยละ 25
2. บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้เป็นข้อคิดเห็น ข้อค้นพบของผู้เขียนบทความ โดยผู้เขียนบทความต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลทางกฎหมายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากบทความนั้น ๆ
3. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานีก่อนเท่านั้น และจะต้องมีการอ้างอิงวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี ฉบับนั้น ๆ ด้วย