การพัฒนารูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในวิทยาลัยชุมชน 89-96
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนามาตรฐานและตัวบ่งชี้คุณภาพการจัดการศึกษาของวิทยาลัยชุมชน 2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในวิทยาลัยชุมชน และ 3) เพื่อทดลองประเมินคุณภาพการศึกษาภายในวิทยาลัยชุมชนตามมาตรฐานและตัวบ่งชี้ที่พัฒนาได้ด้วยการวิจัยและพัฒนา วิธีดำเนินการวิจัย 3 ขั้นตอนคือ ขั้นที่ 1 พัฒนามาตรฐานและตัวบ่งชี้คุณภาพการจัดการศึกษาของวิทยาลัยชุมชน โดยสังเคราะห์เอกสารเพื่อคัดเลือกมาตรฐานและตัวบ่งชี้ ตรวจสอบความเหมาะสมในการนำไปใช้กับคณะผู้บริหารและหัวหน้างานประกันคุณภาพการศึกษาของวิทยาลัยชุมชน จำนวน 133 คน ตรวจสอบความเหมาะสมของแบบจำลองการวัดกับข้อมูลเชิงประจักษ์โดยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน จากกลุ่มตัวอย่างคือ บุคลากรวิทยาลัยชุมชน จำนวน 440 คน ขั้นที่ 2 สร้างและพัฒนารูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในวิทยาลัยชุมชนโดยการสังเคราะห์เอกสาร เพื่อให้ได้องค์ประกอบของรูปแบบ และระดมสมองจากหัวหน้างานประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อร่างรูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในวิทยาลัยชุมชน ตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริง โดยคณะผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 24 คน ขั้นที่ 3 ทดลองประเมินคุณภาพการศึกษาภายในวิทยาลัยชุมชน โดยทดลองกับวิทยาลัยชุมชน จำนวน1 แห่ง โดยมีคณะผู้ประเมิน จำนวน 3 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐานและนำผลการประเมินปรับปรุงรูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในวิทยาลัยชุมชน
ผลการวิจัยพบว่า
- ผลการพัฒนามาตรฐานและตัวบ่งชี้คุณภาพการจัดการศึกษาของวิทยาลัยชุมชน พบว่า มี 6 มาตรฐาน คือ 1) แผนการจัดการศึกษาและพัฒนาวิชาการ 2) การผลิตผู้สำเร็จการศึกษาและการบริการวิชาการแก่สังคม 3) การพัฒนานักศึกษา 4) การวิจัย 5) การทำนุบำรุงศาสนาและศิลปวัฒนธรรม และ 6) การบริหารจัดการ รวม 34 ตัวบ่งชี้
- ผลการสร้างและพัฒนารูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในวิทยาลัยชุมชน ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ คือ 1) เป้าหมายการประกันคุณภาพการศึกษา 2) มาตรฐานและตัวบ่งชี้คุณภาพการจัดการศึกษา และ 3) การดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษา ได้แก่ การควบคุมคุณภาพ การตรวจสอบคุณภาพ และการประเมินคุณภาพ
- 3. ผลการทดลองประเมินคุณภาพการศึกษาภายในวิทยาลัยชุมชนตามมาตรฐานและตัวบ่งชี้ที่พัฒนาได้ พบว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้น บุคลากรวิทยาลัยชุมชนสามารถเป็นไปแบบอย่างในการดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาภายในวิทยาลัยชุมชนได้
คำสำคัญ : รูปแบบการประกันคุณภาพ, การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน, วิทยาลัยชุมชน
เอกสารอ้างอิง
ไพบูลย์ เปานิล. การพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาโปรแกรมวิชาเทคโนโลยีการศึกษาสถาบันราชภัฏ. ปริญญานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร, 2543.
วิเชียร พันธ์เครือบุตร. การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนอาชีวเอกชน. วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา, 2548.
สมกูล ถาวรกิจ. รูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาของคณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฏ. ปริญญานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร, 2543.
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์. ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบแรก สถาบันอุดมศึกษา : ผลประเมินรอบแรก (ออนไลน์) 2548 (อ้างเมื่อ 30 ตุลาคม 2550). จาก http://www.onesqa.or.th.
อุทัย ดุลยเกษม. รายงานโครงการสังเคราะห์รายงานผลการประเมินคุณภาพภายนอกวิทยาลัยชุมชนประจำปีงบประมาณ 2549 (ออนไลน์) 2549 (อ้างเมื่อ 30 ตุลาคม 2550). จากhttp://www.onesqa.or.th.
Burke, J. C. and P. M. Henrick. Implications of State Performance Indicators for Community College Assessment, New Direction for Community College (online) 2004 (cited 18 November 2008). Available from : http://www. eric.ed.gov]
Cleary, S. T. Indicator of Quality, Planning for Higher Education (online) 2001 (cited 25 November 2008). Available from : http://www. eric.ed.gov
Woodward, N. M. Institutional Effectiveness in Community Colleges : Using California Colleges as a Research Base (online) 1990 (cited 15 December 2008). Available from : http://www. eric.ed.gov
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
1. บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้ได้มีการตรวจสอบการลอกเลียนงานวรรณกรรมแล้ว ไม่เกินร้อยละ 25
2. บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้เป็นข้อคิดเห็น ข้อค้นพบของผู้เขียนบทความ โดยผู้เขียนบทความต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลทางกฎหมายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากบทความนั้น ๆ
3. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานีก่อนเท่านั้น และจะต้องมีการอ้างอิงวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี ฉบับนั้น ๆ ด้วย