การปฏิบัติการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์วิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านหนองเต่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 2 36-45

ผู้แต่ง

  • ฉันทนา แก่นบุตร
  • เสนอ ภิรมจิตรผ่อง

คำสำคัญ:

ทักษะการคิดวิเคราะห์ การจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปฏิบัติการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์วิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านหนองเต่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 2 และเพื่อศึกษาผลการปฏิบัติการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์วิชาประวัติศาสตร์  โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านหนองเต่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 2 หลังการปฏิบัติการ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านหนองเต่า อำเภอตระการพืชผล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 จำนวน 34 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์วิชาประวัติศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จำนวน 7 แผน 2) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ แบบทดสอบย่อยท้ายวงจร แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบบันทึกการสังเกต แบบสัมภาษณ์ผู้เรียน และแบบบันทึกประจำวัน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 

 

ผลการวิจัยพบว่า

  1. การปฏิบัติการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์วิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านหนองเต่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 2 มีลักษณะเป็นบันไดเวียน 3 วงจร ในแต่ละวงจรประกอบด้วย 3 ขั้นตอนคือ 1) ขั้นวางแผน  2) ขั้นปฏิบัติการและสังเกต  3) ขั้นสะท้อนผล การปฏิบัติการ ในวงจร ที่ 1 มีจำนวน 2 แผน วงจรที่ 2 มีจำนวน 3 แผน และวงจรที่ 3 มีจำนวน 2 แผน  จัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ มี 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1) ขั้นเตรียม เป็นการแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็นกลุ่มย่อย แนะนำระเบียบของกลุ่ม บทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มและแจ้งจุดประสงค์ของบทเรียน 2) ขั้นสอน ครูนำเข้าสู่บทเรียน แนะนำเนื้อหาและแหล่งเรียนที่จะทำการศึกษาค้นคว้า มอบหมายงาน อธิบายขั้นตอนการทำงาน

    3) ขั้นทำกิจกรรมกลุ่ม นักเรียนเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่ม ทำกิจกรรมในกลุ่มย่อยร่วมกันตามบทบาทหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย สมาชิกทุกคนในกลุ่มร่วมกันรับผิดชอบภาระงาน และร่วมกันทำงานให้สำเร็จ และนำเสนอผลงานกลุ่ม 4) ขั้นตรวจสอบผลงานและการทดสอบ เป็นการตรวจสอบว่านักเรียนได้ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายครบถ้วนหรือยังโดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และตรวจสอบว่าผลการปฏิบัติงานเป็นอย่างไร เน้นที่ผลงานกลุ่มและรายบุคคลผู้วิจัยแนะนำเพิ่มเติมในส่วนที่บกพร่อง และทำการทดสอบ 5) ขั้นสรุปบทเรียนและประเมินการทำงานกลุ่ม  นักเรียนและครูร่วมกันสรุปบทเรียนและประเมินผลการทำงานกลุ่ม  ถ้านักเรียนทำคะแนนการทดสอบท้ายแผนได้ต่ำกว่าร้อยละ 75 ของคะแนนเต็ม จะต้องทำการสอนซ่อมเสริมให้จนผ่าน  จึงทำการทดสอบท้ายวงจรปฏิบัติการ ผลการปฏิบัติการ พบว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือมีความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์วิชาประวัติศาสตร์ นักเรียนมีพฤติกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือที่พึงประสงค์ที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์วิชาประวัติศาสตร์ดีขึ้น

    1. นักเรียนมีผลการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน มีคะแนนก่อนเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 6.65 จากคะแนนเต็ม 15 คะแนน  คิดเป็นร้อยละ 44.31 และมีคะแนนหลังเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 13.15 จากคะแนนเต็ม 15  คะแนน คิดเป็นร้อยละ 87.65 ผลคะแนนการทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์วิชาประวัติศาสตร์ก่อนเรียนและหลังเรียนมีความก้าวหน้า 43.34  ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือนักเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80  ของนักเรียนทั้งหมดที่มีคะแนนการทดสอบผ่านเกณฑ์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 ของคะแนนเต็ม

     

เอกสารอ้างอิง

กมล ขวัญคุ้ม. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Jigsaw) เรื่อง การเมืองการปกครองกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. การศึกษาค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2550.
จริณ แก้วสนิท. นวัตกรรมการศึกษาชุดการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : ธารอักษร, 2548.
จิดา ชาติโสม. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิคร่วมกันคิด TAI กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัย
มหาสารคาม, 2553.
นิภาจิตร บัวรอด. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เรื่อง ความเป็นมาของชาติไทยชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2551.
เบญจพรรณ ดิษฐเนตร. การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยการเรียนรู้แบบร่วมมือ เรื่อง กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. การศึกษาค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2547.
ปฐมพงษ์ บานฤทัย. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Jigsaw) เรื่อง การเมืองการปกครองสมัย อยุธยา กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2550.
พิมพันธ์ เดชะคุปต์. การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ : เทคนิควิธีและเทคนิคการสอน. กรุงเทพฯ : เดอะมาสเตอร์กรุ๊ปแมเนจแมนท์, 2543.
รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน), สำนักงาน. รายงานการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรอบสอง (พ.ศ.2549-2553). กรุงเทพฯ : สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน), 2553.
รำไพ น้ำคำ. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิคจิ๊กซอว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสาคาม, 2553.
เลขาธิการสภาการศึกษา, สำนักงาน. ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2552-2561). กรุงเทพฯ : พริกหวานกราฟิค, 2553.
ศึกษาธิการ, กระทรวง. คู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ไทย : จะเรียน
จะสอนอย่างไร. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์การศึกษา กรมการศาสนา, 2543.
. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ : พริกหวานกราฟฟิค, 2545.
. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย, 2553.
เศวตกนิษฐ์ ศรีสนาย. การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค Jigsaw สาระประวัติศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2552.
Beck-Jones, Juanda Joan. “The Effect of Cross-training and Role Assignment in Cooperative Learning Groups on Task Performance, Knowledge of Accounting Concepts, Teamwork Behavior, Acquisition of Interposition Knowledge,” Dissertations Abstracts International. 64, 07 (January 2004) : 2378-A.
Lampe, Judith R. Rooze, Gane E. and Mary Tallent Runnels. “Effect of Cooperative Learning Among Hispanic Student in Elementary Social Studies,” The Journal of Education Research. 89 (January / February 1996) : 187-191.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-08-27

รูปแบบการอ้างอิง

แก่นบุตร ฉ., & ภิรมจิตรผ่อง เ. (2021). การปฏิบัติการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์วิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านหนองเต่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 2 36-45. วิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี, 2(2), 36–45. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/ubonreseva/article/view/250851