นวัตกรรมการนิเทศ การประเมินการปฏิบัติวิชาชีพครูและการส่งเสริมการเรียนรู้ ด้านการวิจัยในชั้นเรียนของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 21-28
คำสำคัญ:
การนิเทศการปฏิบัติงานวิชาชีพครู, เครื่องมือประเมินสมรรถนะวิชาชีพ, การวิจัยในชั้นเรียน, นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์ผลการวิจัยที่เสนอแนะแนวทางในการดำเนินกระบวนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ผลการวิจัยพบว่า นวัตกรรมการนิเทศนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ได้แก่ (1) รูปแบบการนิเทศ
ที่มีองค์ประกอบของผู้มีส่วนร่วมในการนิเทศคือ อาจารย์นิเทศก์ ครูพี่เลี้ยง นักศึกษา และเพื่อนนักศึกษา (2) เครื่องมือการประเมินสมรรถนะวิชาชีพครูของนักศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครูด้านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาในสาขาวิชาเฉพาะของนักศึกษา ประกอบด้วย 1) แบบสังเกตการณ์การสอนของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
2) แบบประเมินสมรรถนะด้านความสามารถประเมินปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะกับศักยภาพของผู้เรียน 3) แบบประเมินความสามารถในการทำวิจัยในชั้นเรียน 4) แบบประเมินความสามารถการจัดทำรายงานผลการจัดการเรียนรู้และการพัฒนาผู้เรียน (3) การเรียนรู้การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ด้วยการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ซึ่งมีรูปแบบที่มีขั้นตอนในการดำเนินการ 3 ขั้นตอน คือ การวางแผน การลงมือปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียน และการสะท้อนคิด โดยทั้ง 3 ขั้นตอนใช้กระบวนการจัดการความรู้ การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้สอดแทรกอยู่ในวงจรวิจัยปฏิบัติการ
เอกสารอ้างอิง
นันทิยา แสงสิน และนิธิดา อดิภัทรนันท์. การศึกษารูปแบบการบูรณาการการนิเทศนักศึกษาปฏิบัติงานวิชาชีพครู 1 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2552.
เมธี ปิลันธนานนท์. สารานุกรมวิชาชีพครู เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสฉลองศิริราชสมบัติครบ 60 พรรษา. กรุงเทพฯ: องค์การค้าคุรุสภา, 2548.
ราชกิจจานุเบกษา. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. 19 สิงหาคม 2542. เล่ม 116 ตอนที่ 74 ก หน้า 1-23.
ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. เทคนิคการวัดผลการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: ชมรมเด็ก, 2543.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
1. บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้ได้มีการตรวจสอบการลอกเลียนงานวรรณกรรมแล้ว ไม่เกินร้อยละ 25
2. บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้เป็นข้อคิดเห็น ข้อค้นพบของผู้เขียนบทความ โดยผู้เขียนบทความต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลทางกฎหมายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากบทความนั้น ๆ
3. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานีก่อนเท่านั้น และจะต้องมีการอ้างอิงวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี ฉบับนั้น ๆ ด้วย