การปฏิบัติการพัฒนาผลการเรียนรู้วิชา กีฬาวอลเลย์บอล โดยการจัดการเรียนรู้ แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองไหล (พุธเพิ่มวัฒนราษฎร์) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 59-68
คำสำคัญ:
ผลการเรียนรู้, การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ, เทคนิค STADบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการปฏิบัติการพัฒนาผลการเรียนรู้วิชา กีฬาวอลเลย์บอล โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD 2) เพื่อเปรียบเทียบผลการเรียนรู้หลังปฏิบัติการ ของนักเรียนกับเกณฑ์มาตรฐานผลการเรียนรู้ระดับดี และ3) เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองไหล (พุธเพิ่มวัฒนราษฎร์) ปีการศึกษา 2558 จำนวน 30 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบฝึกทักษะ แบบทดสอบ แบบสังเกต และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละของคะแนนพัฒนาการ
ผลการวิจัยพบว่า
- การพัฒนาผลการเรียนรู้ของนักเรียน กระทำซ้ำ 12 วงจรปฏิบัติการ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนคือ
1) ขั้นวางแผน 2) ขั้นการปฏิบัติการ 3) ขั้นสังเกต 4) ขั้นสะท้อนผลการปฏิบัติ วิเคราะห์ผลข้อมูลเชิงปริมาณ ในรูปแบบคะแนนพัฒนาการ นำข้อมูลด้านบวกมาพัฒนา และนำข้อมูลด้านลบมาปรับปรุงให้ดีขึ้นในวงจรต่อไป เมื่อสิ้นสุด
การปฏิบัติการพัฒนาพบว่า ผลการเรียนรู้ของนักเรียนวงจรที่ 1–8 อยู่ในระดับดี และวงจรที่ 9–12 อยู่ในระดับดีมาก - การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้หลังปฏิบัติการพบว่า นักเรียนจำนวน 30 คน ทุกคนผ่านเกณฑ์มาตรฐานผลการเรียนรู้ระดับดี (ร้อยละ 70)
- การประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.53 คะแนน)
เอกสารอ้างอิง
การจัดการเรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ STAD กับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2555.
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สำนักงาน. ทฤษฎีการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม. กรุงเทพฯ: วัฒนาพานิช, 2548.
แคทลียา ใจมูล. ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค STAD ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนห้วยส้านยาววิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงราย เขต 2. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 2550.
ชูวัฒนะ ไชยมิ่ง. ผลการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยรูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2547.
ทิศนา แขมมณี. รูปแบบการเรียนการสอน : ทางเลือกที่หลากหลาย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546.
ธีรวุฒิ เอกะกุล. การวิจัยปฏิบัติการ (Action Research). พิมพ์ครั้งที่ 2. อุบลราชธานี: ยงสวัสดิ์อินเตอร์กรุ๊ป, 2552.
บ้านหนองไหล, โรงเรียน. “ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา,” ใน เอกสารสรุปผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ประจําปีการศึกษา 2557. อุบลราชธานี: โรงเรียนบ้านหนองไหล, 2557.
บุญชม ศรีสะอาด. การวิจัยเบื้องต้น ฉบับปรับปรุงใหม่. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น, 2556.
พิชิต ภูติจันทร. การทดสอบและการประเมินผลทางพลศึกษา. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร, 2547.
วัฒนาพร ระงับทุกข์. แผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: วัฒนาพานิช, 2543.
วันเพ็ญ จันทร์เจริญ. การเรียนการสอนปัจจุบัน. พิมพ์ครั้งที่ 2. สกลนคร: ฝ่ายโครงการเอกสารและตำรา สถาบันราชภัฏสกลนคร, 2542.
วิชาการ, กรม. คูมือการจัดการสาระการเรียนรูกลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ: องคการรับสงสินคาและพัสดุภัณฑ (ร.ส.พ.), 2545.
วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์. นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้. พิมพ์ครั้งที่ 2. มหาสารคาม: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2554.
ศิริชัย กาญจนวาสี. ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556.
ศึกษาธิการ, กระทรวง. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด, 2551.
สมบูรณ์ เที่ยงธรรม. การพัฒนาการเรียนการสอนกีฬาวอลเลย์บอล ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองเหล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1. การศึกษาค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2549.
สุพล วังสินธุ์. “การจัดทำแผนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ,” สารพัฒนาหลักสูตร. 3 (เมษายน 2536): 9.
สุภาพร ชาบุญมี. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 2553.
เสกสรร กนกพรพรรณ. ผลการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2547.
อภิศักดิ์ ขำสุข. การฝึกวอลเลย์บอล 2000. กรุงเทพฯ: รั้วเขียว, 2544.
อุไรรัตน์ ธุระสุข. การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD. การศึกษาค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิตมหาวิทยาลัย มหาสารคาม, 2550.
Kemmis, S., and R. Mc Taggart. The Action Research Planner. Geelong: Deakin University Press, 1988.
Slavin, R. E. Cooperative Learning: Theory, Research and Practice. 2nd ed. Massachsetts: A Simom & Schuster, 1995.
Sutton, Gaiol. “Cooperative Learning : Mathematics Achievement,” Journal of Education Research. 85 (June 1992): 63-70.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
1. บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้ได้มีการตรวจสอบการลอกเลียนงานวรรณกรรมแล้ว ไม่เกินร้อยละ 25
2. บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้เป็นข้อคิดเห็น ข้อค้นพบของผู้เขียนบทความ โดยผู้เขียนบทความต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลทางกฎหมายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากบทความนั้น ๆ
3. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานีก่อนเท่านั้น และจะต้องมีการอ้างอิงวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี ฉบับนั้น ๆ ด้วย