อิทธิพลของการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์และการตลาดเชิงเนื้อหา ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เสริมความงามของผู้บริโภค เจเนอเรชันซีในเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ
คำสำคัญ:
การตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์, การตลาดเชิงเนื้อหา, การตัดสินใจซื้อ, ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม, เจเนอเรชันซีบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์และการตลาดเชิงเนื้อหาที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เสริมความงามของผู้บริโภคเจเนอเรชันซีในเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ดำเนินการศึกษาโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างที่เคยซื้อผลิตภัณฑ์เสริมความงามผ่านการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์และการตลาดเชิงเนื้อหา ได้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 385 คน ใช้วิธีการเลือกตัวอย่างแบบสะดวก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ และการวิเคราะห์การถดถอยแบบพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า 1) การตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์: องค์ประกอบทั้ง 5 ด้าน มีผลต่อ การตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เสริมความงามของผู้บริโภคเจเนอเรชันซีในเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ โดยด้านที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อมากที่สุดคือ ด้านความเหมือนกันของกลุ่มเป้าหมาย (0.25) รองลงมาคือ ด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (0.20) รองลงมาคือ ด้านความไว้วางใจ (0.18) รองลงมาคือ ด้านความดึงดูดใจ (0.16) และ ด้านความเคารพ (0.11) มีอิทธิพลน้อยที่สุด อย่างมีนัยสำคัญที่สถิติ ที่ระดับ .05 ซึ่งสามารถร่วมกันพยากรณ์การตัดสินใจซื้อ ได้ร้อยละ 56.60 2) การตลาดเชิงเนื้อหา: องค์ประกอบทั้ง 5 ด้าน มีผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เสริมความงามของผู้บริโภคเจเนอเรชันซีในเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ โดยด้านที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อมากที่สุดคือด้านสร้างแรงบันดาลใจ และด้านสร้างอารมณ์หรือความบันเทิง (0.22) รองลงมาคือ ด้านบอกแนวทางแก้ปัญหา (0.18) รองลงมาคือ ด้านให้ไอเดีย (0.16) และ ด้านให้คำแนะนำหรือความรู้ (0.13) มีอิทธิพลน้อยที่สุด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งสามารถร่วมกันพยากรณ์การตัดสินใจซื้อ ได้ร้อยละ 58.00
เอกสารอ้างอิง
กัลยา วานิชย์บัญชา และทิตา วานิชย์บัญชา. (2566). สถิติสำหรับการวิจัย. โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ขจรจิตร์ ธนะสาร. (2567). คุณลักษณะของอินฟลูเอนเซอร์ และเนื้อหาที่มีคุณค่า ที่มีผลต่อการตั้งใจซื้อสินค้า (บริการ) ด้านสุขภาพและความงาม ของผู้ติดตามเจเนอเรชันเอ็กซ์และเจเนอเรชันวายในกรุงเพทมหานคร และปริมณฑล. วารสารนวัตกรรมสังคมและเทคโนโลยีสื่อสารมวลชล, 7(2), 23-27.
ชาญชัย พรมมิ, พิชชากร ใจยืน และบุรินทร์ บัณฑะวงศ์. (2568). อิทธิพลของความสอดคล้องระหว่างผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดและแบรนด์บนแพลตฟอร์ม TikTok ที่มีผลต่อทัศนคติของผู้บริโภคในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง. วารสารวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 4(1), 65-82.
ชญานิษฐ์ ฉวีวรรณภักดี และธนกฤต วงศ์มหาเศรษฐ์. (2567). กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องสำอางผ่านแพลตฟอร์ม TikTok ของเจเนอเรชันวาย. วารสารสุทธิปริทัศน์, 38(2), 20-40.
ณัฐพัชญ์ วงษ์เหรียญทอง. (2557). Content Marketing เล่าให้คลิก พลิกแบรนด์ให้ดัง. ดับบลิวพีเอส (ประเทศไทย).
ธีรวุฒิ เอกะกุล. (2543). ระเบียบวิธีวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์ และสังคมศาสตร์. สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี. (1), 238.
นัฏฐิกานต์ อัศวมงคลพันธุ์. (2565). เครื่องสำอางออร์แกนิคของผู้หญิงเจเนอเรชั่นวายกับการตลาด ออนไลน์ ที่ได้รับความนิยม. วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์, 12(3), 575-587.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10), สุวีริยาสาส์น.
ภัทริกา ธงอาษา. (2566). อิทธิพลของกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดเชิงเนื้อหาที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าผ่านช่องทางออนไลน์ของกลุ่มเจเนอเรชันวาย. [วิทยานิพนธ์หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต], มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สุปรียา พัฒนพงศ์ธร และศรัณย์ธร ศศิธนากรแก้ว. (2564). วิเคราะห์รูปแบบและเนื้อหาของการตลาดเชิงเนื้อหาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลต่อความภักดีต่อแบรนด์เครื่องสําอางไทย. วารสารมนุษยศาสตร์วิชาการ, 29(1), 295-320.
สุวรรณ เดชน้อย และคุณัญญา หอมหวล. (2569). กลยุทธ์การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันผ่านภาพลักษณ์ความยั่งยืน (ESG): อิทธิพลต่อความไว้วางใจและความภักดีของผู้รับบริการคลินิกเสริมความงามในจังหวัดนครราชสีมา. วารสารส่งเสริมและพัฒนาวิชาการสมัยใหม่, 4(1), 569-581.
สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก: https://www.nesdc.go.th/nscr/main/ (2568, 15 ธันวาคม).
อนุวัต สงสม. (2569). ส่วนประสมทางการตลาดแบบ 4Es และอิทธิพลของอินฟลูเอนเซอร์ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องสำอาง ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok Shop ของผู้บริโภคในเขตอำเภอเมือง และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 13(1), 179-195.
ฤติมา ดิลกตระกูลชัย. (2559). การนำเสนอเนื้อหาความงามและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์โดยบิวตี้บล็อกเกอร์ (beauty blogger). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Cochran, W. G. (1953). Sampling techniques. John Wiley and Sons.
Dhun, & Dangi, H. K. (2023). Influencer marketing: Role of Influencer credibility and congruence on brand attitude and eWOM. Journal of Internet Commerce, 22(1), 28-72.
Kotler, P., & Keller, K.L. (2016). Marketing management (15th ed.). Kendallville: Pearson.
Patchanie Paugsopathai. (2014). 5 แนวทางการทำ Content Marketing ที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าแชร์ง่าย ได้ประโยชน์จริง!. [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก: https://blog.readyplanet.com /14827260/contentmarketing-5-easy-ways-to-do-helpful-content-marketing (2568, 15 ธันวาคม).
Rozen, A. A., Suparman, S., Riyanto, S., Dharmawan, L., Khairunisa, A. W., & Awalina, S. P. (2025). The Influence of Influencer Marketing on Purchasing Decisions for Scientific Brand Products. Golden Ratio of Data in Summary, 5(1): 139-143. [Online], https://goldenratio.id/index.php/grdis/article/view/848/658 (2568, 15 ธันวาคม).
Shimp, T. A. (2003). Advertising, promotion, and supplemental aspects of integrated marketing communications (5th ed.). Dryden Press.
Sripoothorn, K., & Sittioum, R. (2024). Green influencer marketing: The impact of eco-label, environmental concern, and credibility on purchase behavior. Economics and Business Administration Journal Thaksin University, 17(3), 169-193.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 พลอยชมภู ใจดี, ลัสดา ยาวิละ, รัตนา สิทธิอ่วม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ เป็นความคิดเห็นของผู้นิพนธ์แต่ละท่าน มิใช่เป็นทัศนะและมิใช่ความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการจัดทำวารสาร และ
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์