การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดการเรียนรู้เชิงรุกตามแนวคิดโมเดลการคิดขั้นสูงเชิงระบบ 5 ขั้น

ผู้แต่ง

  • คชินทร์ โกกนุทาภรณ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • ชลดา ฆ้องเล็ก คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

คำสำคัญ:

อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว, การจัดการเรียนรู้เชิงรุก, โมเดลการคิดขั้นสูงเชิงระบบ 5 ขั้น

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก ตามแนวคิดโมเดลการคิดขั้นสูงเชิงระบบ 5 ขั้น ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก ตามแนวคิด โมเดลการคิดขั้นสูงเชิงระบบ 5 ขั้น กับเกณฑ์ ร้อยละ 70 และ 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อสมการเชิงเส้น ตัวแปรเดียว ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก ตามแนวคิดโมเดล การคิดขั้นสูงเชิงระบบ 5 ขั้น ระหว่างก่อนเรียน และหลังเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนวัดเขียนเขต ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 36 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวสำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก ตามแนวคิดโมเดลการคิดขั้นสูงเชิงระบบ 5 ขั้น จำนวน 9 แผน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 แบบอัตนัย จำนวน 7 ข้อ มีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาโดยมีดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 1 ค่าความยากง่าย (p) อยู่ระหว่าง 0.42-0.47 ค่าอำนาจจำแนก (r) อยู่รหว่าง 0.26-0.74 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบค่าที
ผลการวิจัยพบว่า 1) แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก ตามแนวคิดโมเดลการคิดขั้นสูงเชิงระบบ 5 ขั้น มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 81.71/80.28 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก ตามแนวคิดโมเดลการคิดขั้นสูงเชิงระบบ 5 ขั้น สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 80.27 และ 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก ตามแนวคิดโมเดล การคิดขั้นสูงเชิงระบบ 5 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้เชิงรุกตามแนวคิด GPAS 5 Steps สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และควรนำไปประยุกต์ใช้ในการสอนเนื้อหาอื่น ๆ

เอกสารอ้างอิง

กชมน ชื่นมาลา, ชานนท์ จันทรา, และทรงชัย อักษรคิด. (2566). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์และความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่องลำดับและอนุกรม โดยใช้กระบวนการ Active Learning GPAS 5 STEPs. วารสารการบริหารนิติบุคคลและนวัตกรรมท้องถิ่น, 9(7), 531-543.

ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปกรศึกษาวิจัย. 5(1), 5-20.

ชูศรี วงศ์รัตนะ. (2553). เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 12). คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

นรรัชต์ ฝันเชียร. (2561). แผนการสอนที่ดีควรมีลักษณะ. TruePlookpanya. [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก: https://www.trueplookpanya.com/blog/ content/68995/-teamet-. (2568, 20 มีนาคม).

พรชัย ทาลา. (2561). การพัฒนาชุดการสอนรายวิชาพื้นฐานคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 23101 เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กระบวนการ GPAS 5 Steps. Kroobannok. [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก: https://www.kroobannok.com/ board_view.php?b_id=163050&bcat_id=16 (2568, 20 มีนาคม).

พลอยไพลิน นิลกรรณ์. (2563). แนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning. โครงการการนิเทศการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการชี้แนะและการเป็นพี่เลี้ยงกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 35 จังหวัดลำปาง.

พิจิตรา ธงพานิช. (2560). การออกแบบและการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน (พิมพ์ครั้งที่ 3). โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์.

ล้วน สายยศ, และอังคณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 4). สุวีริยาสาส์น.

วาวรินทร์ พงษ์พัฒน์. (2561). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์เรื่องความน่าจะเป็น โดยการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดศรีสุทธาราม จังหวัดสมุทรสาคร. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์. (2568). กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกตามแนวคิดโมเดลการคิดขั้นสูง เชิงระบบ 5 ขั้น (GPAS 5 Steps). สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.).

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2565). รายงานผลการประเมินการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับชาติของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET). [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก: http://www.newonetresult.niets.or.th/AnnouncementWeb /Notice/FrBasicStat.aspx. (2566, 1 พฤษภาคม).

สัตตรัตน์ แช่ย้าง, และณัฐนันท์ แสนเรือน. (2565). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง รอบรู้รูปสี่เหลี่ยม โดยใช้การเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ร่วมกับสื่อประสม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสันป่าตอง (สุวรรณราษฎร์วิทยาคาร). วารสารครุศาสตร์ ราชภัฏเชียงใหม่, 1(2), 75-98.

สุชาดา กีระนันท์. (2542). ทฤษฎีและวิธีการสำรวจตัวอย่าง. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุชีรา จันครา, บุญเรียง ขจรศิลป์, และชานนท์ จันทรา. (2561). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ โดยใช้กระบวนการ GPAS และการประเมินเพื่อการเรียนรู้ในรายวิชาพื้นฐานคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดดอนเมือง (ทหารอากาศอุทิศ) สังกัดกรุงเทพมหานคร. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 20(1), 196-210.

Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active Learning: Creating Excitement in the Classroom. ASHE-ERIC Higher Education Report No. 1. Washington, D.C.: George Washington University.

Chickering, A. W., & Gamson, Z. F. (1987). Seven principles for good practice in undergraduate education. AAHE Bulletin, 39(7), 3-7.

Hattie, J., & Timperley, H. (2007). The power of feedback. Review of Educational Research, 77(1), 81-112.

Joyce, B. R., & Weil, M. (1996). Models of teaching (5th ed.). Allyn & Bacon.

Kolb, D. A. (1984). Experience: Experience as the source of learning and development. Prentice-Hall.

Kusaeri, K., & Dwihandono, T. (2021). The effectiveness of collaborative learning model with self-regulation toward mathematics achievement. International Journal of Instruction, 14(4), 101-116.

National Research Council. (2012). A Framework for K-12 Science Education: Practices, Crosscutting Concepts, and Core Ideas. The National Academies Press.

Sami, K. D., & Setyaningrum, W. (2023). Development of higher order thinking skills learning model in mathematics learning. Jurnal Pendidikan Matematika dan Sains, 11(1), 1-10.

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.

Wibowo, A., Murtiyasa, B., & Setiawan, A. (2020). The effectiveness of problem-solving approach based on authentic assessment on mathematics learning outcomes. Journal of Mathematics Education, 11(3), 405-418.

Zimmerman, B. J. (2000). Attaining self-regulation: A social cognitive perspective. In M. Boekaerts, P. R. Pintrich, & M. Zeidner (Eds.), Handbook of self-regulation. Academic Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

11-03-2026

รูปแบบการอ้างอิง

โกกนุทาภรณ์ ค., & ฆ้องเล็ก ช. (2026). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดการเรียนรู้เชิงรุกตามแนวคิดโมเดลการคิดขั้นสูงเชิงระบบ 5 ขั้น. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์, 16(1), 17–31. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/var/article/view/285099

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย