การส่งเสริมสมรรถนะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารด้วยการจัดการเรียนรู้ผสมผสาน แบบเพื่อนคู่คิดบูรณาการกับเทคนิคเกมิฟิเคชัน สำหรับผู้เรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคนิคอ่างทอง

Main Article Content

อภินันท์ ภิรมย์
สนิท ตีเมืองซ้าย
ขจรพงษ์ ร่วมแก้ว

บทคัดย่อ

        การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปฏิบัติการส่งเสริมสมรรถนะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารด้วยการจัดการเรียนรู้ผสมผสานแบบเพื่อนคู่คิดบูรณาการกับเทคนิคเกมิฟิเคชัน 2) ศึกษาสมรรถนะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้เรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้เรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 แผนกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยเทคนิคอ่างทอง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน ดำเนินการตามวงจร PAOR (Plan–Act–Observe–Reflect) จำนวน 2 วงรอบ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบสมรรถนะด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารชนิดปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ แบบบันทึกอนุทิน แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และการเปรียบเทียบเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า 1) กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสมรรถนะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้เรียนอย่างมีประสิทธิผล ประกอบด้วย 3 ขั้นสำคัญ ได้แก่ ขั้นคิด (Think) ขั้นจับคู่ (Pair) และขั้นแบ่งปัน (Share) โดยเชื่อมโยงการเรียนรู้ก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียนผ่านกิจกรรมออนไลน์และกิจกรรมในชั้นเรียนอย่างเป็นระบบ พร้อมใช้เทคนิคเกมิฟิเคชัน เช่น ภารกิจ คะแนน เหรียญรางวัล และกระดานผู้นำ เพื่อเสริมแรงจูงใจและการมีส่วนร่วม 2) ผู้เรียนมีสมรรถนะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวโน้มพัฒนาการที่ดีขึ้นจากก่อนดำเนินการวิจัยไปสู่หลังวงรอบปฏิบัติการที่ 1 และหลังวงรอบปฏิบัติการที่ 2 ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และพัฒนาสมรรถนะอย่างเป็นลำดับจนอยู่ในระดับชำนาญ (L3) และ 3) ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.74, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.44) สะท้อนให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้ผสมผสานแบบเพื่อนคู่คิดบูรณาการกับเทคนิคเกมิฟิเคชันเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการพัฒนาสมรรถนะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้เรียนอาชีวศึกษา

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
[1]
ภิรมย์ อ., ตีเมืองซ้าย ส. ., และ ร่วมแก้ว ข., “การส่งเสริมสมรรถนะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารด้วยการจัดการเรียนรู้ผสมผสาน แบบเพื่อนคู่คิดบูรณาการกับเทคนิคเกมิฟิเคชัน สำหรับผู้เรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคนิคอ่างทอง”, วารสารวิจัยและนวัตกรรมการอาชีวศึกษา, ปี 10, ฉบับที่ 2, น. 31–40, ต.ค. 2026.
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

OECD, *OECD Skills Outlook 2023: Skills for a Resilient Youth*. Paris, France: OECD Publishing, 2023.

Office of the Vocational Education Commission, *Vocational Education Development Guidelines B.E. 2567*. Bangkok, Thailand: OVEC, 2024. (in Thai)

UNESCO-UNEVOC, *Transforming Technical and Vocational Education and Training for Successful and Just Transitions: UNESCO Strategy 2022–2029*. Paris, France: UNESCO, 2022.

R. Vuorikari, S. Kluzer, and Y. Punie, *DigComp 2.2: The Digital Competence Framework for Citizens*, EUR 31006 EN. Luxembourg: Publications Office of the European Union, 2022.

D. R. Garrison and H. Kanuka, “Blended learning: Uncovering its transformative potential in higher education,” *The Internet and Higher Education*, vol. 7, no. 2, pp. 95–105, 2004.

H. Staker and M. B. Horn, *Classifying K–12 Blended Learning*. Mountain View, CA, USA: Innosight Institute, 2012.

F. Lyman, “The responsive classroom discussion: The inclusion of all students,” in *Mainstreaming Digest*, A. Anderson, Ed. College Park, MD, USA: University of Maryland, 1981, pp. 109–113.

S. Deterding, D. Dixon, R. Khaled, and L. Nacke, “From game design elements to gamefulness: Defining ‘gamification’,” in *Proc. 15th Int. Acad. MindTrek Conf.*, Tampere, Finland, 2011, pp. 9–15.

K. M. Kapp, *The Gamification of Learning and Instruction: Game-Based Methods and Strategies for Training and Education*. San Francisco, CA, USA: Pfeiffer, 2012.

G. F. Kuder and M. W. Richardson, “The theory of the estimation of test reliability,” *Psychometrika*, vol. 2, no. 3, pp. 151–160, 1937.

K. Samaila, C. K. Tsong, M. Masood, and B. Bervell, “Think-pair-share based flipped classroom: A model for improving students’ learning achievement and self-efficacy,” *Educ. Inf. Technol.*, 2024.

L. Mundelsee and S. Jurkowski, “Think and pair before share: Effects of collaboration on students’ in-class participation,” *Learn. Individ. Differ.*, vol. 88, Art. no. 102005, 2021.

Y. C. Kuo, A. E. Walker, B. R. Belland, and K. E. Schroder, “Interaction, Internet self-efficacy, and self-regulated learning as predictors of student satisfaction in online education courses,” *Internet High. Educ.*, vol. 20, pp. 35–50, 2014.

R. L. Oliver, “A cognitive model of the antecedents and consequences of satisfaction decisions,” *J. Mark. Res.*, vol. 17, no. 4, pp. 460–469, 1980.

S. Kemmis, R. McTaggart, and R. Nixon, *The Action Research Planner: Doing Critical Participatory Action Research*. Singapore: Springer, 2014.

R. Likert, “A technique for the measurement of attitudes,” *Arch. Psychol.*, vol. 22, no. 140, pp. 1–55, 1932.