รูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น กรณีศึกษา : อ าเภอปากพลีจังหวัดนครนายก

Main Article Content

ลักษณา เกยุราพันธ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เพื่อศึกษารูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น : กรณีศึกษา อ าเภอปาก
พลี จังหวัดนครนายก ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบวิจัยและพัฒนา (Research and Development) โดยมีวัตถุประสงค์ 1)
เพื่อศึกษาสภาพการณ์และประวัติความเป็นมาการจัดการภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น อ าเภอปากพลี จังหวัด
นครนายก 2) ออกแบบและพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น อ าเภอปากพลี จังหวัด
นครนายก 3) การทดลองใช้รูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น อ าเภอปากพลี จังหวัดนครนายก
4) ประเมินและปรับปรุงการพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น อ าเภอปากพลี จังหวัด
นครนายก พื้นที่ในการศึกษาคือแหล่งภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น อ าเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ทั้ง 8 ชุมชน ผู้ที่
ให้ข้อมูลหลักในการศึกษาคือ หัวหน้าส่วนราชการในเขตพื้นที่ นักวิชาการในเขตพื้นที่ ผู้น าชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านหรือ
ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งสิ้น 20 คน ใช้การเลือกแบบ
เจาะจง เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม แนวทางการสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้
โดยการทดลองใช้รูปแบบใน 2 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนท่าเรือ และชุมชนเกาะหวาย เก็บรวบรวมข้อมูลกันยายน 2560 -
มกราคม 2561 การวิเคราะห์ข้อมูลในการหาความถี่ ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการณ์และประวัติความเป็นมา อ าเภอปากพลี จังหวัดนครนายก มีการจัดการ
ความรู้ที่สอดคล้องกับสภาพท้องถิ่น ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่บรรพบุรุษได้สั่งสมและสืบทอดกันมาจนกลายเป็น
ภูมิปัญญาแห่งองค์ความรู้ประจ าท้องถิ่น เนื่องจากอ าเภอปากพลี มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี และเป็นเมืองแห่ง
การท่องเที่ยว และมีผู้น าที่มีความรู้ความสามารถ ส่วนด้านการแสวงหาความรู้ ด้านการจัดเก็บความรู้อย่างเป็นขั้นตอน
การสืบทอด การอนุรักษ์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น ยังประสบปัญหาค่อนข้างมาก 2) รูปแบบการจัดการความรู้ภูมิ
ปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่พัฒนามาเรียกว่า KKLVCS MODEL K คือ Knowledge Model (รูปแบบความรู้) K คือ
Knowledge Sharing and Exchanging (การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้) L คือLearning Community (ชุมชนแห่งการ
เรียนรู้) V คือ Value (คุณค่า) C คือ Conservation (การอนุรักษ์) S คือ Self-Reliance (การพึ่งตนเอง) 3) ผลการ
ทดลองจากการใช้การจัดกิจกรรมรูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น อ าเภอปากพลี จังหวัด
นครนายก พบว่า มีความเหมาะสมที่จะน าไปใช้พัฒนาการจัดการความรู้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นในทุก
องค์ประกอบ 4) ผลการประเมินรูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น อ าเภอปากพลี จังหวัด
นครนายกเป็นอย่างไร ที่ส าคัญได้แก่ มีการส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับได้รับการพัฒนาให้ได้รับความรู้ โดยการอบรม
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่หลากหลาย เห็นคุณค่าในการอนุรักษ์มรดกทางด้านภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยการยึด
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งน าไปสู่การพึ่งตนเองโดยการจัดตั้งกลุ่มในการรับผิดชอบ และได้รับการสนับสนุน
งบประมาณจากภาครัฐเพื่อส่งเสริม รูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น อ าเภอปากพลี จังหวัด
นครนายก ให้มีประสิทธิภาพในการสืบสาน ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย