ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผล

Main Article Content

สมศักดิ์ ฉัตรทอง
ทศพล ธีฆะพร

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียน สังกัดสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร  2)  ศึกษาระดับประสิทธิผลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร 3)  ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา กับประสิทธิผลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร  4)  สร้างสมการพยากรณ์ที่เกิดจากภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาพยากรณ์ประสิทธิผลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร กลุ่มตัวอย่างคือ ครู สังกัดสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร จำนวน  309  คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า  5  ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย () ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า


  1. ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียน สังกัดสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก

  2. ประสิทธิผลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร โดยรวมและรายด้าน อยู่ในระดับมาก

  3. ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา โดยรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกอยู่ในระดับสูงกับประสิทธิผลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01

  4. ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนสังกัดสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีความสามารถในการพยากรณ์ร้อยละ 61.90  โดยในรูปคะแนนดิบและคะแนนมาตรฐาน ดังนี้  

= 1.072 + .173 () + .142 () + .128 () + .161 () + .119 ()


= .214 () + .184 () + .145 () + .216 () + .137 ()


คำสำคัญ: ภาวะผู้นำทางวิชาการ/ ประสิทธิผล

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย