สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกับมาตรฐาน Basel

Main Article Content

เกษม สวัสดี

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ ๑) เพื่อศึกษาพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๒  (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๓) นำไปปฏิบัติแล้วส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ๒) เพื่อศึกษาหลักการสำคัญของ Basel คือหลักการดำรงเงินกองทุนและการบริหารความเสี่ยง การวิเคราะห์ความสามารถชำระหนี้ และ ๓) เพื่อกำหนดแนวทางการดำรงเงินกองทุน การวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูให้มีมาตรฐานสากล


ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ศึกษาหลักการที่สำคัญของ Basel และพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.๒๕๔๒ (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๓) การสังเกตกระบวนการบริหารในเชิงปฏิบัติ และการสัมภาษณ์เชิงลึก เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน ๕ คน คือ ประธานดำเนินการสหกรณ์ ผู้จัดการสหกรณ์ หัวหน้าฝ่ายเงินกู้ หัวหน้าฝ่ายบัญชี และหัวหน้าฝ่ายคอมพิวเตอร์


ผลการวิจัยได้ข้อค้นพบสรุปได้ดังนี้ พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.๒๕๔๒ (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๓)  ไม่เหมาะสมที่จะใช้กำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเนื่องจากเนื้อหายังมิได้กำหนดให้มีการบริหารความเสี่ยง การดำรงเงินกองทุน การกันสำรอง รวมทั้งการวิเคราะห์ความเสี่ยงในการลงทุน เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล ผลิตภัณฑ์เงินให้กู้มีจำนวนน้อย มุ่งเน้นใช้บุคคลค้ำประกันเงินให้กู้ และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสหกรณ์ฯ ไม่สมบูรณ์


ข้อเสนอแนะ ควรแก้ไขพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.๒๕๔๒ (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๕๓) กำหนดให้สหกรณ์ฯ มีการบริหารความเสี่ยง การดำรงเงินกองทุนตามหลัก Basel ควรมุ่งเน้นใช้อสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกันเงินกู้ ควรพัฒนาผลิตภัณฑ์เงินให้กู้ ระบบเทคโนโลยีฯ และเครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์เงินให้กู้ (Credit Tools)


ในการวิจัยครั้งต่อไปควรวิจัยสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน และสหกรณ์ออมทรัพย์ทุกประเภท เพิ่มเติม

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย