การพัฒนาบทบาทของกลุ่มเยาวชนด้านการจัดการขยะแบบมีส่วนร่วม บ้านทับช้าง หมู่ 4 ตำบลท่าเกวียน อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง การพัฒนาบทบาทของกลุ่มเยาวชนด้านการจัดการขยะแบบมีส่วนร่วม บ้านทับช้าง หมู่ 4 ตำบลท่าเกวียน อำเภอวัฒนา นคร จังหวัดสระแก้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและค้นหากิจกรรมในการการพัฒนาบทบาทของกลุ่มเยาวชนและศึกษาถึงผลของการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาบทบาทของกลุ่มเยาวชนด้านการจัดการขยะแบบมีส่วนร่วม บ้านทับช้าง หมู่ 4 ตำบลท่าเกวียน อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว โดยใช้แนวทางของการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม(participatory Action research: PAR) ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบทบาทเยาวชนในบ้านทับช้าง โดยใช้วิธีการทางมานุษยวิทยาประกอบด้วย การทำแผนที่เดินดิน การทำปฏิทินชุมชน และการศึกษาด้วยวิธีการสนทนาแบบกลุ่ม(Focus group)การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลที่สำคัญ(key-informant) จำนวน 15 คน การวิเคราะห์ปัญหาชุมชนแบบมีส่วนร่วม โดยประยุกต์ใช้เทคนิคเครื่องมือการวิเคราะห์ชุมชน ได้แก่ การทำแผนที่รอบในและรอบนอกของชุมชน การทำปฏิทินการผลิตและปฏิทินฤดูกาล การทำเส้นแบ่งเวลาของชุมชน และการทำ ทำเนียบผู้รู้ และดำเนินการตามวงจรของการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ผลการวิจัยพบว่า กิจกรรมในการพัฒนาบทบาทของกลุ่มเยาวชนด้านการจัดการขยะแบบมีส่วนร่วม คือ การสร้างพื้นที่ให้กับเยาวชนได้มีโอกาสในการเรียนรู้ชุมชนของตนเอง ผ่านเครื่องมือวิเคราะห์ชุมชนแบบมีส่วนร่วม ได้แก่ การทำแผนที่รอบใน-รอบนอกของชุมชน,การทำผัง โครงสร้างองค์กรชุมชนและการทำปฏิทินชุมชน 2.การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาโครงการและเครื่องมือในการ วิจัย 3 .การดำเนินการเก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลที่สำคัญจำนวน 15 คน 4. การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาโครงการแก้ไขปัญหาชุมชน ด้วยเทคนิค SWOT Analysis และเทคนิคการวางแผนแบบมีส่วนร่วม(appreciation-influence-control: A-I-C) และ5.การจัดกิจกรรมแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการติดป้าย ประชาสัมพันธ์ห้ามทิ้งขยะในจุดที่พบการนำขยะมาทิ้งในชุมชน
สำหรับผลจากการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาบทบาทของกลุ่มเยาวชนด้านการจัดการขยะแบบมีส่วนร่วม บ้านทับช้าง หมู่ 4 ตำบลท่าเกวียน อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว คือ 1). เยาวชนในชุมชนได้แลกเปลี่ยน ความคิดเห็น ในประเด็นการพัฒนาชุมชน เยาวชนได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในความคิด พฤติกรรม และพบแนวทางสำคัญที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนและเสนอจากเยาวชน คือ 1).การรณรงค์เรื่องการทิ้งขยะที่ถูกวิธี โดยการทำป้ายประชาสัมพันธ์และการป้องกันการนำขยะมาทิ้งในชุมชนในพื้นที่ ๆ คือ บริเวณภายใน ชุมชนและริมทางถนนเข้าชุมชน 2).การตั้งทีมเยาวชนตาวิเศษในรูปแบบของคณะกรรมการเยาวชน จำนวน 10 คน เพื่อทำหน้าที่คอยติดตามสถานการณ์ปัญหาขยะในชุมชน โดยกำหนดหน้าที่สำคัญ คือ (2.1) การติดตามสถานการณ์ปัญหาขยะในชุมชน (2.2) การรณรงค์ให้ความรู้เรื่องการทิ้งขยะที่ถูกวิธีให้กับชาวชุมชนและ บุคคลภายนอก เช่น รถขายของชำ ในรูปแบบของการ บอกกล่าว การแจกแผ่นพับความรู้เรื่องการทิ้งขยะอย่างถูกวิธี 3) การสร้างช่องทางการสื่อสาร เพื่อคอยติดตามสถานการณ์ในประเด็นของสิ่งแวดล้อมในชุมชนและการนัด พบรวมกลุ่มทำกิจกรรม ได้ใช้ช่องทางของ Social Network (LINE application) และนอกจากนี้ยังได้มีการขยายแนวความคิด เช่น การคัดแยกขยะไปสู่กลุ่มเพื่อนในโรงเรียน โดยการแนะนำการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง กรณีตัวอย่าง เช่น สามารถจำแนกได้ว่าขยะชนิดไหน ประเภทไหนที่ควรทิ้งลงในถังขยะชนิดที่มีการแบ่งประเภทของขยะไว้ อีกทั้งชาวชุมชนได้ ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการคัดแยกขยะ โดยการทำหน้าที่ของกลุ่มเยาวชนในการแนะนำและคอยติดตาม สังเกตพฤติกรรม ของคนในชุมชน(การเฝ้าระวัง) และผลการดำเนินงาน และประเด็นสำคัญที่ได้จากการดำเนินโครงการ วิจัย คือ ปัญหาขยะพลัดถิ่น(จากบุคคลภายนอกนำมาทิ้งในบริเวณชุมชน)
ในปัจจุบันพบว่าปัญหานั้นหมดไป ก็ด้วยวิธีการติดป้ายประชาสัมพันธ์ห้ามทิ้งขยะในชุมชนรวมทั้งการสร้างความตระหนักใน ประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยชาวชุมชนร่วมกับเยาวชนในชุมชนปัญหาขยะพลัดถิ่น(จากบุคคลภายนอกนำมาทิ้งในบริเวณชุมชน) ในปัจจุบันพบว่าปัญหานั้นหมดไป ก็ด้วยวิธีการติดป้ายประชาสัมพันธ์ห้ามทิ้งขยะในชุมชนรวมทั้งการสร้างความตระหนักในประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยชาวชุมชนร่วมกับเยาวชนในชุมชน
Article Details
ลิขสิทธิ์บทความวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยเป็นลายลักษณ์อักษร
ความรับผิดชอบ เนื้อหาต้นฉบับที่ปรากฏในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์บทความหรือผู้เขียนเอง ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์