ภาวะผู้นำแบบพัฒนาและความสุขในการทำงานของพนักงาน ในองค์กรเอกชนแห่งหนึ่ง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษา ภาวะผู้นำแบบพัฒนาและความสุขในการทำงานของพนักงานในองค์กรเอกชนแห่งหนึ่งวัตถุประสงค์ 1).เพื่อศึกษาภาวะผู้นำแบบพัฒนาและความสุขในการทำงานของพนักงานในองค์กรเอกชนแห่งหนึ่ง และ 2).เพื่อศึกษาเปรียบเทียบภาวะผู้นำกับความสุขจำแนกตามปัจจัยลักษณะส่วนบุคคลโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ ใช้วิธีการศึกษาเชิงสำรวจ รวบรวมข้อมูลที่ได้รับจากแบบสอบถามใช้กลุ่มตัวอย่าง คือ พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง รวมจำนวนกลุ่มตัวอย่าง 415 ตัวอย่าง วิเคราะห์ผลการวิจัยโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา
ผลวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าพนักงานส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 20–30 ปี วุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า มีระดับตำแหน่งงานระดับพนักงาน – พนักงาน อาวุโส ส่วนใหญ่ประสบการณ์ทำงาน จำนวน 1–5 ปี มีรายได้เฉลี่ยรวมต่อเดือน 10,000–20,000 บาทตามลำดับ พนักงานมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำแบบพัฒนาขององค์การสร้างสุขในระดับมาก โดยสูงสุดด้านการมอบหมายงานที่ท้าทายให้แก่พนักงาน ด้านผู้นำประพฤติตนเป็นแบบอย่าง ด้านผู้นำสร้างแรงบันดาลใจและด้านส่งเสริมให้พนักงานมีความคิดริเริ่มตามลำดับ และความสุขในการทำงานขององค์การสร้างสุขในระดับมากคือ ด้านตนเอง ด้านครอบครัวและด้านองค์กร ตามลำดับ
การทดสอบสมมติฐาน พบว่า เพศ อายุ ระดับการศึกษา ตำแหน่งงาน ประสบการณ์ทำงาน รายได้เฉลี่ยรวมต่อเดือนมีผลต่อภาวะผู้นำแบบพัฒนาขององค์การสร้างสุขที่แตกต่างกันและปัจจัยลักษณะส่วนบุคคล มีผลต่อความสุขในการทำงานขององค์การสร้างสุขที่แตกต่างกันและภาวะผู้นำแบบพัฒนาขององค์การสร้างสุข ความสัมพันธ์เชิงบวกต่อความสุขในการทำงานของ องค์การสร้างสุข โดยภาวะผู้นำแบบพัฒนาขององค์การสร้างสุข ด้านผู้นำสร้างแรงบันดาลใจได้มีความ สัมพันธ์สูงสุด รองลงมา คือ ด้านผู้นำประพฤติตนเป็นแบบอย่าง ด้านการส่งเสริมให้พนักงานความคิดริเริ่ม ด้านการมอบหมายงานที่ท้าทาย ตามลำดับ
Article Details
ลิขสิทธิ์บทความวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยเป็นลายลักษณ์อักษร
ความรับผิดชอบ เนื้อหาต้นฉบับที่ปรากฏในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์บทความหรือผู้เขียนเอง ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์