การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเกษตรกรชาวสวนส้มโอเพื่อผลิตส้มโอปลอดภัยที่จังหวัดนครปฐม
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสม เชิงปริมาณและคุณภาพ วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสถานการณ์การปลูกส้มโอปลอดภัย สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิต และวิเคราะห์การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปลูกส้มโอปลอดภัย ผู้มีส่วนร่วมในกระบวนการวิจัยได้แก่นักวิชาการเกษตร 2 คน เกษตรกรชาวสวนส้มโอ ตำบลบางเตยและตำบลไร่ขิง จังหวัดนครปฐม เลือกอย่างเจาะจง 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป ความรู้การผลิตส้มโอปลอดภัย และแบบสัมภาษณ์การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ผลการวิจัย: เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 76 อายุพบมากที่สุด คือ 40-49 ปี ร้อยละ 40 จบประถมศึกษาร้อยละ 40 อาการที่เกิดภายหลังการฉีดสารเคมีทันทีได้แก่ อ่อนเพลีย 11 ราย (44%) ปวดศีรษะและมึนงง 10 ราย (40%) ผื่นแดงคันที่ผิวหนัง 6 ราย (24%) เหงื่อออกมาก 5 ราย (20%) เคยได้รับความรู้เรื่องการผลิต GAP ร้อยละ 88 มีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการฝึกอบรมและศึกษาดูงานทำให้มีความรู้เกี่ยวกับ GAP สูงกว่าก่อนการมีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=.001) เกษตรกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพราะเห็นว่า ผู้บริโภคต้องการความปลอดภัย ลดต้นทุนการผลิต ปรับเปลี่ยนมาทำ GAP ง่ายเพราะเพียงเพิ่มเติมบางขั้นตอนจากที่ทำอยู่ ทำให้มีวินัยในกระบวนการผลิต อีกทั้งปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตทำโดยทุกคนเขียนแบบคำขอรับรองแหล่งผลิต GAP รับการประเมินสวนส้มโอ ตั้งศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล และมีโครงการที่คิดร่วมกันเพื่อพัฒนาการผลิตส้มโอให้มีคุณภาพ จากผลการวิจัยบุคลากรสาธารณสุขควรปฏิบัติงานร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขและผู้นำชุมชน ในการป้องกันการเจ็บป่วยจากพิษของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสะสมในร่างกายทั้งในเกษตรกรและผู้บริโภค
Article Details
ลิขสิทธิ์บทความวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยเป็นลายลักษณ์อักษร
ความรับผิดชอบ เนื้อหาต้นฉบับที่ปรากฏในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์บทความหรือผู้เขียนเอง ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์