ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ (กพร.) คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

Main Article Content

สุพรรษา ศิริจันทพันธ์

บทคัดย่อ

การศึกษางานวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน


ตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ของคณะเทคโนโลยี 2. เพื่อนำข้อมูลที่เป็นปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ภายในของคณะเทคโนโลยี มาเสนอแนะแนวทางในการพิจารณาดำเนินการพัฒนาให้เกิดประสิทธิผลตามเกณฑ์การประเมิน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือบุคลากรภายในคณะเทคโนโลยี เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ของคณะเทคโนโลยี สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


              1.ผลการศึกษาวิจัย พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง คิดเป็นร้อยละ 60.00 มีอายุอยู่ในช่วง 41 ปี คิดเป็นร้อยละ 36.70 มีระดับการศึกษาสูงสุด ระดับปริญญาตรี  คิดเป็นร้อยละ 60.00 ประสบการณ์ทำงาน อยู่ใน11-20ปี คิดเป็นร้อยละ 53.34 สถานภาพในการปฏิบัติงาน เป็นพนักงาน คิดเป็นร้อยละ 46.70 ระดับความสนใจในการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ (กพร.) อยู่ในระดับให้ความสนใจปานกลาง และระดับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ (กพร) มีความรู้ความเข้าใจในระดับปานกลาง


              กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ (กพร.) ในส่วนของผู้รับผิดชอบตัวชี้วัด คิดเป็นร้อยละ 60.00 รองลงมาเป็นผู้ผ่านการฝึกอบรมเกี่ยวกับคำรับรองการปฏิบัติราชการ (กพร.) คิดเป็นร้อยละ 16.67 และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในบางกิจกรรม คิดเป็นร้อยละ 16.67


              2.ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ (กพร.) คณะเทคโนโลยี


มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานตาม


คำรับรองการปฏิบัติราชการ (กพร.) ในภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกปัจจัย เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า


ปัจจัยด้านผู้บริหารและนโยบาย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.98 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.680 ปัจจัยด้านการบริหารจัดการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.70 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.740 ปัจจัยด้านบุคลากร (ผู้บริหาร บุคลากรสายวิชาการ บุคลากรสายสนับสนุน) มีค่าเฉลี่ย 3.73 ส่วนเบี่ยงมาตรฐาน เท่ากับ 0.780 ปัจจัยด้านทรัพยากรและสิ่งสนับสนุน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.77 ส่วนเบี่ยงมาตรฐาน เท่ากับ 0.760 ปัจจัยด้านวัฒนธรรมองค์กร เท่ากับ 3.89 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.860


              การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการต่อการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ (กพร.)


คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งสรุปได้ว่าปัจจัยที่มีค่าเฉลี่ยในระดับมากที่สุด ดังนี้ ผู้บริหารระดับคณะฯ มีการกำหนดนโยบายที่ชัดเจนในการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ (กพร.) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.40 อยู่ในระดับดีมาก บุคลากรมีความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.27 มีการกำหนดโครงสร้างหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคลากรดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ (กพร.) อย่างชัดเจน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.07 อยู่ในระดับดีมาก และบุคลากรทุกฝ่ายตระหนักในความรับผิดชอบร่วมกัน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.00 อยู่ในระดับดีมาก รวมทั้งนโยบายของคณะมีความสอดคล้องกับทิศทางและการประเมินผลการปฏิบัติราชการ (กพร.) ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.00 อยู่ในระดับดีมาก


              ส่วนปัจจัยที่มีค่าเฉลี่ยในระดับน้อยที่สุด ดังนี้ มีการจัดสรรงบประมาณและสนับสนุนกิจกรรมอย่างเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.20 อยู่ในระดับน้อย และบุคลากรมีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.20 อยู่ในระดับน้อย


 

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กวี ครองแก้ว. (2546). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการประกันคุณภาพการศึกษาของสถาบันราชภัฏภาคเหนือ. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.

กองแผนงาน. (2558). คู่มือระบบบริหารยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม version 2.5. มหาสารคาม: กองแผนงาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

กองแผนงาน. (2562). คู่มือการประเมินผลการปฏิบัติราชการ ตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2562 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. มหาสารคาม : กองแผนงานมหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

กัมปนาท อาชา. (2562). ปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จในการบริหารงานประกันคุณภาพการศึกษาหน่วยงานจัดการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. วิจัยสถาบันมหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

บุญชม ศรีสะอาด. (2556). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย เล่ม 1. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: สุวีริยสาส์น.

ปัณฑารีย์ ฟองแพร่. (2559). ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาองค์กรให้มีศักยภาพการทำงานสูง: กรณีศึกษา ธนาคารยูโอบี. งานนิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. วิทยาลัยพาณิชย์ศาสตร์. มหาวิทยาลัยบูรพา.

พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2543). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์ และสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ. สำนักงานทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร.

ภาวนา กิตติวิมลชัยและคณะ. (2551). ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการประกันคุณภาพ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น. วิจัยสถาบันมหาวิทยาลัยขอนแก่น.

วาสนา สะอาด. (2557). ปัจจัยที่ส่งผลการต่อดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ของสำนักคอมพิวเตอร์และเครือข่าย มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. วิจัยสถาบัน มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.

วิรัช นิลอ่างทอง. (2544). ปัจจัยที่สนับสนุนการประกันคุณภาพการศึกษาของสถาบันราชภัฏเชียงราย. การค้นคว้าแบบอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

สุภชา แก้วเกรียงไกร และคณะ. (2558). ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ของกรมชลประทาน. ส่วนวิเคราะห์นโยบายกองแผนงาน. กรมชลประทาน.

สุรวี ศุนาลัย. (2555). ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการประกันคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต: มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.

สุเนตร ทองโพธิ. (2548). ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียน สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต 4. การศึกษาค้นคว้าอิสระ. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2549). คู่มือเทคนิคและวิธีการบริหารจัดการสมัยใหม่ตามแนวทางการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เรื่อง การจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการและการประเมินผลการปฏิบัติราชการ. กรุงเทพฯ: สหมิตรพริ้นติ้ง.

อดุลย์ กองสัมฤทธิ์. (2557). การบริหารจัดการที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงาน : กรณีศึกษา องค์การบริหารส่วนตำบลในเขตอำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี. วิทยานิพนธ์บริหารธุกิจมหาบัณฑิต. คณะบริหารธุรกิจ. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.