กฎหมายและจริยธรรมในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย: บทบาทและความท้าทายของพยาบาล
Main Article Content
บทคัดย่อ
ผู้ป่วยในระยะสุดท้าย คือ ผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเป็นโรคอันการรักษาเฉพาะทางไม่อาจทำให้หาย
จากโรคได้ และความเจ็บป่วยข้างต้นนำไปสู่ความตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในระยะเวลาอันใกล้ นอกจากนี้ยังรวม
ไปถึงผู้ป่วยที่สมองตายซึ่งเป็นสมองที่ได้สูญเสียความสามารถในการรับรู้และการสื่อสารอย่างถาวร
การรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้มุ่งทำให้ผู้ป่วยได้รับความเจ็บปวดทางกายน้อยที่สุด และในขณะเดียวกัน
ความต้องการด้านจิตวิญญาณ ความเชื่อประเพณีของผู้ป่วยและญาติก็ได้รับการตอบสนอง การรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นการรักษาแบบประคับประคองเพื่อให้ผู้ป่วยและญาติมีคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงสุดท้ายชีวิตของผู้ป่วย ดังนั้น
การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายของผู้มีวิชาชีพพยาบาลต้องเป็นการพยาบาลผู้ป่วยแบบองค์รวม โดยพยาบาลต้องมีความรู้ในทางการแพทย์เกี่ยวกับร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะใกล้ตาย นอกจากนี้ยังต้องเข้าใจ
สังคม ประเพณี ความเชื่อของผู้ป่วยและญาติเกี่ยวกับความตาย และประเด็นที่สำคัญที่สุดเพราะเป็นวัตถุประสงค์ของบทความนี้ คือ จริยธรรมของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง และกฎหมาย
ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยระยะสุดท้าย
จากการศึกษาพบว่า พยาบาลต้องเข้าไปเกี่ยวข้องปัญหาจริยธรรมที่มีความยุ่งยากซับซ้อนในการตัดสินใจเกี่ยวกับผู้ป่วยระยะสุดท้ายและญาติอยู่ 5 ประเด็น คือ การบอกความจริง การรู้ตัวของผู้ป่วยว่าตน
อยู่สภาวะใกล้ตาย การปกปิดความลับผู้ป่วย การยุติการรักษา การเลือกช่วยผู้ป่วยคนใด สำหรับประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องมี 4 ประการประกอบไปด้วย ประการแรก การยุติการรักษาที่ไม่ถือว่าเป็นการทอดทิ้งผู้ป่วยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 307 ประการต่อมา การช่วยให้ผู้ป่วยจากไปอย่างสงบกับความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ประการที่สาม การทำพินัยกรรมของผู้ป่วยระยะสุดท้าย และประการสุดท้าย หนังสือแสดงความประสงค์จะไม่รับการรักษาของผู้ป่วยระยะสุดท้าย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์บทความวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยเป็นลายลักษณ์อักษร
ความรับผิดชอบ เนื้อหาต้นฉบับที่ปรากฏในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์บทความหรือผู้เขียนเอง ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์
เอกสารอ้างอิง
กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์. (2558). การทำพินัยกรรมชีวิต (Living Will) สำคัญอย่างไร. [ออนไลน์],
เข้าถึงได้จาก: http://thaitribune.org/contents/detail/307?content_id=16670:
(2564, 28 กรกฎาคม).
สิวลี ศิริไล. (2556). จริยศาสตร์สำหรับพยาบาล. (พิมพ์ครั้งที่ 13). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์
แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
แสวง บุญเฉลิมวิภาส. (2560). กฎหมายและข้อควรระวังของผู้ป่วยประกอบวิชาชีพแพทย์ พยาบาล.
[ออนไลน์], (พิมพ์ครั้งที่ 8 แก้ไขเพิ่มเติม), กรุงเทพมหานคร: บริษัทสำนักพิมพ์วิญญูชน จำกัด.
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ. (2542) หนังสือแสดงเจตนาเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล.
เข้าถึงได้จาก : http://www.thailivingwill.in.th/content/หนังสือแสดงเจตนาเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในวาระสุดท้าย-ของชีวิต: (2564, 28 กรกฎาคม)
สำนักงานวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ. (2562). สิทธิการปฏิเสธการรักษาในระยะสุดของชีวิต
กับปัญหาในทางปฏิบัติของบุคลากร. [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก: https://hrdo.org/:.
(2564, 20 กรกฎาคม).
Aiken TD, Catalano JT. (1994). Legal, ethical and political issues in nursing.
Philadelphia: F.A. Davis Company.
Davis A.J, Aroskar MA. (1991). Ethical dilemmas and nursing practice. Norwalk:
Appleton & Lange.
High DM. Truth Telling. (1989). Confidentiality, and the dying patient: New dilemmas
for the nurse. Nurse Forum. 24(1): 5-10.
Johnstone, M. J. (1995). Bioethics: A nursing perspective. (4th ed.) Sydney: Harcourt Brace.
Jovanovich. McDaniel C. (1998). Enhancing nurses' ethical practice: Development of a
clinical ethics program. Nursing Clinic North America; 33(2): 299-311.
Tschudin. (1988). Nursing the patient with cancer. Cambridge: Pentrice Hall.