การให้ความหมายทักษะทางสังคมและแนวทางการจัดกลุ่มประสบการณ์ ของการจัดการศึกษาโดยครอบครัว
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการให้ความหมายทักษะทางสังคมของผู้เรียนและแนวทางการจัดกลุ่มประสบการณ์ของการจัดการศึกษาโดยครอบครัว เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก
เพื่อสะท้อนแก่นสาระ โดยการบันทึกและถอดเทปการสัมภาษณ์แบบคำต่อคำอย่างเป็นระบบตามกระบวนการวิเคราะห์แก่นสาระ โดยรวมผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้นจำนวน 5 คน จากนั้นได้ทำการวิเคราะห์ตัวบท จัดระบบข้อมูล จัดทำรหัสข้อมูล ให้ชื่อข้อมูลที่มีรายละเอียด วิเคราะห์และจัดประเภทข้อมูล ผู้วิจัยใช้ข้อมูลดังกล่าวในการตีความ เปรียบเทียบ นำไปสู่การสังเคราะห์ความหมายร่วมกันและเชื่อมโยงมโนทัศน์ และจัดทำเป็นแนวทางในการสร้างความเข้าใจ นำมาตีความ วิเคราะห์ โดยค้นหาความหมายจากเรื่องที่ได้ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับการให้ความหมายของทักษะทางสังคมตามทัศนะของผู้ปกครองที่ทำให้ผู้เรียนที่ได้รับการจัดการศึกษาโดยครอบครัว ผลการวิจัยพบว่า 1) การให้ความหมายทักษะทางสังคมของผู้เรียนที่จัดการศึกษาโดยครอบครัวต่างให้ความหมายมีความคล้ายกัน คือ ความสามารถในการปรับตัวและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสงบสุข เป็นทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิตร่วมกัน โดยการให้ความสำคัญกับการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ต่าง ๆ การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้อื่น รวมถึงการเคารพกฎเกณฑ์ทางสังคม 2) แนวทางการจัดกลุ่มประสบการณ์ของการจัดการศึกษาโดยครอบครัวมีความแตกต่างกันตามบริบทของผู้เรียนตั้งแต่การออกแบบและดำเนินกิจกรรม เพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมให้กับผู้เรียน รูปแบบกิจกรรม วิธีการจัดกลุ่มประสบการณ์ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น โดยมุมมองของผู้ปกครองเหล่านี้จะช่วยให้เห็นแนวปฏิบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมของผู้เรียนในรูปแบบการศึกษาโดยครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถแบ่งเป็น 5 กลุ่มประสบการณ์ คือ
กลุ่มประสบการณ์ด้านปฏิสัมพันธ์ทางสังคม กลุ่มประสบการณ์ด้านการรู้จักตนเองและการควบคุมอารมณ์
กลุ่มประสบการณ์ด้านการเรียนรู้ผ่านชีวิตจริงและบริบทชุมชน กลุ่มประสบการณ์ด้านการจำลองสถานการณ์และการแก้ปัญหา และกลุ่มประสบการณ์ด้านกิจกรรมสร้างสรรค์และการแสดงออก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์บทความวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยเป็นลายลักษณ์อักษร
ความรับผิดชอบ เนื้อหาต้นฉบับที่ปรากฏในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์บทความหรือผู้เขียนเอง ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์
เอกสารอ้างอิง
กรวรานนท์ บุญโตนด และ วิรัช วันบรรเจิด. (2568). การพัฒนาทักษะทางสังคมและอารมณ์ของผู้เรียน. วารสาร
สังคมศึกษาปริทัศน์, 1(2), 62–71.
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา. (2567, ม.ป.ป.). การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น.
https://flexiblelearning.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/01.-การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น.-pdf
แคร์โรลล์ เพรพ. (2564, ม.ป.ป.). การเรียนแบบ Homeschool คืออะไร?. CARROLL PREP.
https://www.carrollprep.ac.th/th/-homeschoolservices-th/
จิราพัชร นิลแย้ม. (2568, ม.ป.ป.). ทักษะทางสังคมฝึกได้ เริ่มต้นง่าย ๆ ที่บ้าน. Manarom Hospital. https://www.manarom.com/blog/social_skills.html
ชญานิษฎ์ สุระเสนา. (2559). การให้คำปรึกษากลุ่มเชิงบูรณาการเพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมของนักศึกษา
มหาวิทยาลัยราชภัฏ (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
เบญจมาภรณ์ นาคามดี, ชรินธร ว่องวีระยุทธ์ และ อายุพร กัยวิกัยโกศล. (2554). ผลการเรียนความคิดเห็นและ
ความพึงพอใจของนักศึกษาพยาบาลต่อการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. วารสารมหาวิทยาลัย
ราชภัฏยะลา, 6(1), 9–16.
ปวินญาพัฒน์ วรพันธ์. (2558). แนวทางการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมของนักเรียน
มัธยมศึกษาตอนปลาย (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. (2542). ราชกิจจานุเบกษา, 116(74 ก).
พิชัย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต. (2555). ปรัชญาสังคมศาสตร์และกระบวนทัศน์ในการแสวงหาความรู้. วารสารวิชาการ
มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, 1(1), 78–88.
ภาณุวัฒน์ ศรีแสง. (2558). การเปรียบเทียบผลของการใช้โปรแกรมการละเล่นพื้นบ้านและโปรแกรมการสอนปกติ
ที่มีต่อพัฒนาการทักษะทางสังคมของเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาในระดับเรียนได้ (วิทยา
นิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ยุทธชัย เฉลิมชัย. (2543). รายงานการศึกษาวิจัยรูปแบบและพัฒนาการการจัดการการศึกษาโดยครอบครัวใน
สังคมไทย. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.
รักษ์พงศ์ วงศาโรจน์. (2567, 20 พฤษภาคม). ‘การศึกษายืดหยุ่น’ ฉากทัศน์ใหม่ในอนาคต เปิดทางเลือกที่ หลากหลายให้เด็กเข้าถึงการเรียนรู้. กศค. https://www.eef.or.th/article-200524/
ศักดิ์ศรี มณีเดช. (2554). ทักษะทางสังคมของนักศึกษาชนเผ่าระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพของศูนย์สงเคราะห์
และฝึกวิชาชีพสตรีภาคเหนือจังหวัดลำปาง (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์].
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. บริษัท พริก
หวานกราฟฟิก จำกัด.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560, ม.ป.ป.). แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12. สมาคมวิถีทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน. (SADA). http://www.sadathai.org/wp-content/uploads/2021/02/แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังแห่งชาติ ฉบับที่-12.pdf
สุวรรณี ยะหะกร และคณะ. (2553, ม.ป.ป.). การพัฒนาระบบการเรียนการสอนโดยครอบครัวสำหรับเด็กในช่วง ชั้นที่ 1. และ 2. TU DIGITAL COLLECTIONS.
https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/digital/api/DownloadDigitalFile/dowload/178982
Braun, V., & Clarke, V. (2006). Using thematic analysis in psychology. Qualitative Research in
Psychology, 3(2), 77–101.
Corwyn, R. F., & Bradley, R. H. (2001). Home environment and behavioral development during
early adolescence: The mediating and moderating roles of self-efficacy beliefs. Merrill-
Palmer Quarterly, 47(2), 165–187.
Hünkar Korkmaz, & Güler Duman. (2013). Public understanding about homeschooling: A
preliminary study. Procedia-Social and Behavioral Sciences, 116, 3891–3897.
Ladd, G., & Mize, J. (1983). A cognitive-social learning model of social skill training. Psychological
Review, 90, 127–157.
Lincoln, Y. S., & Guba, E. G. (1985). Naturalistic inquiry. Sage Publications.
Morse, J. M. (2000). Determining sample size. Qualitative Health Research, 10(1), 3–5.
Nastasi, B. K., & Schensul, S. L. (2005). Contributions of qualitative research to the validity of
intervention research. Journal of School Psychology, 43(3), 177–195.
Patton, M. Q. (1990). Qualitative evaluation and research methods. Sage Publications.