ความฉลาดรู้วิทยาศาสตร์ของนักศึกษาครู : การวิเคราะห์ความเหมาะสมของกรอบสมรรถนะ และแนวทางการประเมิน

Main Article Content

ศรัณยา ฤกษ์ขำ
นิติกร อ่อนโยน
อรสา จรูญธรรม

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมรรถนะความฉลาดรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ และศึกษาวิธีการประเมินความฉลาดรู้วิทยาศาสตร์ ที่เหมาะสมสำหรับนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ ผ่านกระบวนการสนทนากลุ่มกับผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ศึกษาและการสอนวิทยาศาสตร์ จำนวน 7 ท่าน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ด้วยวิธีการวิเคราะห์ด้วยประเด็นหลัก (Thematic coding analysis) ผลการวิจัยสรุปได้ว่า สมรรถนะความฉลาดรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย 3 สมรรถนะ ได้แก่ สมรรถนะการอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์ สมรรถนะการประเมินและออกแบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และสมรรถนะการแปลความหมาย
ของข้อมูลและการใช้ประจักษ์พยานในเชิงวิทยาศาสตร์ และวิธีการประเมินความฉลาดรู้วิทยาศาสตร์ ที่เหมาะสมสำหรับนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ ควรมีลักษณะข้อสอบที่มีการกำหนดสถานการณ์ให้นักศึกษาอ่าน แล้วให้เขียนคำตอบแบบสั้นๆ เป็นกลุ่มคำ หรือการเขียนคำตอบแบบยาวเป็นย่อหน้าสั้นๆ วิธีการประเมินต้องมีความสอดคล้องกับสมรรถนะความฉลาดรู้วิทยาศาสตร์ ทั้ง 3 ด้าน ซึ่งถึงแม้ว่าสมรรถนะความฉลาดรู้วิทยาศาสตร์ทั้ง 3 ด้านนี้
ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อวัดสมรรถนะความฉลาดรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียนอายุ 15 ปี แต่ก็สามารถนำมาใช้กับนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ในระดับอุดมศึกษาได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากสมรรถนะความฉลาดรู้วิทยาศาสตร์มีลักษณะต่อเนื่อง ไม่ได้จำกัดเฉพาะวัย สามารถขยายระดับความลึกและซับซ้อนได้ตามระดับการศึกษา ส่วนวิธีการประเมินความฉลาดรู้วิทยาศาสตร์ในรูปแบบเขียนตอบ มีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับนักศึกษาครู เนื่องจากเป็นการวัดกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล การเขียนตอบจึงช่วยประเมินความสามารถด้านการสื่อสาร และการเชื่อมโยงความรู้ได้ดี

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2561). กรอบการประเมินสมรรถนะความฉลาดรู้

วิทยาศาสตร์. กระทรวงศึกษาธิการ.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2565). PISA 2022: ผลการประเมิน PISA ด้านคณิตศาสตร์

วิทยาศาสตร์ และการอ่านของนักเรียนไทย. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). การประเมิน PISA 2015: บทเรียนสำหรับการปฏิรูปการศึกษาของ

ประเทศไทย. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). ตัวชี้วัดด้านการศึกษาไทยตามกรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน.

กระทรวงศึกษาธิการ.

Bacanak, A., & Gökdere, M. (2009). Science teachers’ self-efficacy beliefs towards scientific

literacy. Journal of Turkish Science Education, 6(1), 74–84.

Bybee, R. W. (1997). Achieving scientific literacy: From purposes to practices. Heinemann.

Gormally, C., Brickman, P., & Lutz, M. (2012). Developing a test of scientific literacy skills (TOSLS):

Measuring undergraduates’ evaluation of scientific information and arguments. CBE—Life

Sciences Education, 11(4), 364–377. https://doi.org/10.1187/cbe.12-03-0026

Holbrook, J., & Rannikmae, M. (2009). The nature of science education for responsible

citizenship. Studies in Science Education, 45(2), 55–67.

OECD. (2016). PISA 2015 results (Volume I): Excellence and equity in education. OECD Publishing.

https://doi.org/10.1787/9789264266490-en

OECD. (2019). PISA 2018 results (Volume I): What students know and can do. OECD Publishing.

https://www.oecd-ilibrary.org/education/pisa-2018-results-volume-i_5f07c754-en

Pahrudin, A. (2019). Science literacy of prospective physics teachers. Journal of Physics:

Conference Series, 1157(4), 042040. https://doi.org/10.1088/1742-6596/1157/4/042040

Rubini, B., Sumarmin, R., & Effendi, J. (2016). Enhancing science literacy of junior high school

students through inquiry-based learning. Journal of Physics: Conference Series, 755(1),

https://doi.org/10.1088/1742-6596/755/1/012003

United Nations. (2023). The Sustainable Development Goals Report 2023.

https://unstats.un.org/sdgs/report/2023/The-Sustainable-Development-Goals-Report-

pdf