การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพทางจิตมิติของแบบวัดจิตวิญญาณในสถานที่ทำงาน ของพยาบาลวิชาชีพ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพทางจิตมิติของแบบวัดจิตวิญญาณ
ในสถานที่ทำงานของพยาบาลวิชาชีพ โดยศึกษาคุณภาพเครื่องมือด้านค่าอำนาจจำแนก ความเชื่อมั่น และความตรงเชิงโครงสร้าง รวมทั้งจัดทำเกณฑ์ปกติของแบบวัด กลุ่มตัวอย่างคือพยาบาลวิชาชีพจำนวน 500 คน
จากโรงพยาบาล 3 แห่ง ใช้แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ การตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาดำเนินการโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน จากนั้นนำแบบวัดไปทดลองใช้กับพยาบาลวิชาชีพจำนวน 50 คน
เพื่อวิเคราะห์ค่าอำนาจจำแนก และคัดเลือกข้อคำถามที่มีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.30 ขึ้นไป ก่อนนำไปเก็บข้อมูลจริงและวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis: CFA) ผลการวิจัยพบว่า แบบวัดจิตวิญญาณในสถานที่ทำงานของพยาบาลวิชาชีพประกอบด้วย 4 มิติ 6 องค์ประกอบ รวม 32 ข้อ ค่าน้ำหนักองค์ประกอบที่ 1 คือ .767-.608 องค์ประกอบที่ 2 คือ .756-.538 องค์ประกอบที่ 3 คือ .794-.722 องค์ประกอบที่ 4 คือ .834-.544 องค์ประกอบที่ 5 คือ .830-.544 และองค์ประกอบที่ 6 คือ .879-.818 แบบวัดมีค่าความเชื่อมั่นรวมทั้งฉบับเท่ากับ 0.976 นอกจากนี้ยังได้จัดทำเกณฑ์ปกติของแบบวัดในรูปคะแนนมาตรฐาน T-score ระหว่าง 20.7–65.8 แบบวัดที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินจิตวิญญาณในสถานที่ทำงานของพยาบาลวิชาชีพ และเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านสุขภาพในบริบทประเทศไทย
ได้อย่างเป็นระบบ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์บทความวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยเป็นลายลักษณ์อักษร
ความรับผิดชอบ เนื้อหาต้นฉบับที่ปรากฏในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์บทความหรือผู้เขียนเอง ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต. (2563). กรมสุขภาพจิตเตรียมส่งทีมเยียวยาจิตใจบุคลากรการแพทย์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุ
วัยรุ่นตีกันในโรงพยาบาล พร้อมเน้นย้ำผู้ปกครองต้องสอนจิตสำนึกลูกหลานให้ต่อต้านความรุนแรง.
https://www.dmh.go.th/covid19/news2/view.asp?id=24
ชนกาญจน์ พันธุ์เดิมวงศ์. (2558). ความหมายของงานกับความสุขในการทำงานของบุคลากรสาธารณสุข. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 24(5), 837–848.
เพ็ญศรี วุฒิยากร. (2559). ความหมายของงานและความผูกพันต่อองค์การของบุคลากรทางสุขภาพ.
วารสารการพยาบาลศาสตร์, 34(2), 45–59.
รัตติกรณ์ จงวิศาล. (2561). จิตวิทยาองค์การ. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุจิตรา เทียนสวัสดิ์. (2563). การพัฒนาเครื่องมือสำหรับการวิจัยทางการพยาบาล (พิมพ์ครั้งที่ 2).
สยามพิมพ์นานา.
สภาการพยาบาล. (2568). แถลงการณ์ประณามเหตุทารุณร่างกายพยาบาลขณะปฏิบัติงานโรงพยาบาลระยอง ดำเนินคดีถึงที่สุด พร้อมให้กำลังใจ วอนทุกฝ่ายร่วมป้องกันคุ้มครองสิทธิพยาบาล สร้างความปลอดภัยในการทำงาน. Hfocus. https://www.hfocus.org/content/2025/02/33168
Anastasi, A., & Urbina, S. (1997). Psychological testing (7th ed.). Prentice Hall.
Ashmos, D. P., & Duchon, D. (2000). Spirituality at work: A conceptualization and measure. Journal of Management Inquiry, 9(2), 134–145. https://doi.org/10.1177/105649260092008
Chalofsky, N. (2010). Meaningful workplaces: Reframing how and where we work. John Wiley
& Sons.
Cohen, R. J., Swerdlik, M. E., & Sturman, E. D. (2018). Psychological testing and assessment: An introduction to tests and measurement (9th ed.). McGraw-Hill Education.
Duchon, D., & Plowman, D. A. (2005). Nurturing the spirit at work: Impact on work unit performance. The Leadership Quarterly, 16(5), 807–833.
https://doi.org/10.1016/j.leaqua.2005.07.008
Giacalone, R. A., & Jurkiewicz, C. L. (2003). Toward a science of workplace spirituality. In R. A. Giacalone & C. L. Jurkiewicz (Eds.), Handbook of workplace spirituality and organizational performance (pp. 3–28). M. E. Sharpe.
Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2019). Multivariate data analysis (8th ed.). Cengage Learning.
Kinjerski, V., & Skrypnek, B. J. (2004). Defining spirit at work: Finding common ground. Journal of Organizational Change Management, 17(1), 26–42.
https://doi.org/10.1108/09534810410511288
Kline, R. B. (2016). Principles and practice of structural equation modeling (4th ed.).
Guilford Press.
Milliman, J., Czaplewski, A. J., & Ferguson, J. (2003). Workplace spirituality and employee work attitudes: An exploratory empirical assessment. Journal of Organizational Change Management, 16(4), 426–447. https://doi.org/10.1108/09534810310484172
Nunnally, J. C., & Bernstein, I. H. (1994). Psychometric theory (3rd ed.). McGraw-Hill.
Petchsawang, P., & McLean, G. N. (2017). Workplace spirituality, mindfulness meditation, and work engagement. Journal of Management, Spirituality & Religion, 14(3), 216–244.
https://doi.org/10.1080/14766086.2017.1291360
World Health Organization. (2020). State of the world’s nursing 2020: Investing in education, jobs and leadership. WHO. https://www.who.int/publications/i/item/9789240003