ปัจจัยเสี่ยงของภาวะหมดไฟของครูโรงเรียนในเครือเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ

Main Article Content

อำพรพรรณ นกเที่ยง
สุภาวดี ลาภเจริญ

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะหมดไฟและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะหมดไฟของครู และ 2) ศึกษาอิทธิพลของปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อภาวะหมดไฟของครูโรงเรียนในเครือเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ รูปแบบการศึกษาเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือครูที่ปฏิบัติการสอนในโรงเรียนในเครือเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ปีการศึกษา 2568 จำนวน 392 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามสูตรของ Krejcie & Morgan และใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับ ประกอบด้วย แบบสอบถามปัจจัยเสี่ยงที่สังเคราะห์จากแนวคิดของ Maslach และ Sergio et al. ครอบคลุมด้านภาระงาน การสั่งการตามโครงสร้าง และการให้รางวัลและการยอมรับ ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.91 และแบบสอบถามภาวะหมดไฟของครูตามแนวคิดของ Maslach ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.88 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมานด้วยการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษา พบว่า 1) ภาวะหมดไฟของครูโดยภาพรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง (  =3.28) โดยองค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ความอ่อนล้าทางอารมณ์ ( =3.79) ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่พบในระดับสูงสุดคือ ภาระงานหลักที่รับผิดชอบ ( =4.06) 2) ผลการวิเคราะห์อิทธิพลพบว่า ปัจจัยเสี่ยงทั้ง 3 ด้านร่วมกันพยากรณ์ภาวะหมดไฟของครูได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยมีอำนาจการทำนายร้อยละ 26.50 (Adjusted R2= 0.265) ปัจจัยที่มีอิทธิพลเชิงบวกในการทำนายสูงสุดคือ การสั่งการตามโครงสร้าง (b = 0.369) รองลงมาคือ ภาระงานหลักที่รับผิดชอบ (b = 0.239) ขณะที่ การให้รางวัลและการยอมรับ (b= -0.166) มีอิทธิพลเชิงลบต่อภาวะหมดไฟอย่างมีนัยสำคัญ

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมสุขภาพจิต. (2566). รายงานสถิติสุขภาพจิตและความเครียดของบุคลากรทางการศึกษาปี 2566.

กระทรวงสาธารณสุข.

คุรุสภา. (2567). รายงานภาวะวิชาชีพครูและภาระงานของครูไทยในทศวรรษใหม่.

สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา.

นพดล ปิยเมธานนท์. (2566). อิทธิพลของโครงสร้างการบริหารสถานศึกษาขนาดใหญ่ที่มีต่อสภาวะทาง

จิตวิทยาของบุคลากร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยรามคำแหง].

พันธุ์ชนก คงไทย. (2565). ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burn out) ของข้าราชการ กลุ่มเจเนอเรชั่นวาย

(Generation Y) กรณีศึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย (ส่วนกลาง) [การศึกษาอิสระ

รัฐศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์].

พิสิษฐ์ แช่มช้อย. (2558). การพัฒนารูปแบบเครือข่ายความร่วมมือเพื่อคุณภาพการจัดการศึกษาใน

โรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 6(2), 173–187.

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. (2560). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 34 ก.

โรงเรียนในเครือเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ. (2568). รายงานการประชุมครั้งที่ 2/2568. โรงเรียนในเครือ

เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ.

วชิรญาณ์ มณีวรรณ. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะหมดไฟของครูในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่

การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2. [ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์].

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

Maslach, C. (1976). Burned-Out. Human Relations, 9(5), 16-22.

Maslach, C. (1998). A Multidimensional Theory of Burnout. ResearchGate.

1093/oso/9780198522799.003.0004

Ion, G., & Brown, C. (2020). Networked schools: Sharing resources and expertise for quality

education. Routledge.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities.

Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology,

(140), 1–55.

Madigan, D. J., & Kim, L. E. (2021). Does teacher burnout affect students’ academic

achievement? A meta-analysis. Educational Psychology Review, 33(2), 487-505.

https://doi.org/10.1007/s10648-020-09533-z

Nunnally, J. C. (1978). Psychometric theory (2nd ed.). McGraw-Hill.

Edú-Valsania, S., Laguía, A., and Moriano, J. A. (2022). Burnout: A Review of Theory

and Measurement. International Journal of Environmental Research and Public

Health, 19(3), 1780. https://doi.org/10.3390/ijerph19031780

World Health Organization. (2019). Burn-out an "occupational phenomenon": International

Classification of Diseases. Business Review, 46(1), 53–62. https://www.who.int/

news/item/28-05-2019-burn-out-an-occupational-phenomenon-international-

classification-of-diseases