การพัฒนาศิลปะการแสดงจากการละเล่นของเด็ก กลุ่มชาติพันธุ์ลาวในเขตอำเภอศีขรภูมิในจังหวัดสุรินทร์

Main Article Content

Khanuengnit Saiyasopon, Benjawan Wongsawadee, Lamduan Hemhong

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการละเล่นของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยลาว ในเขตอำเภอศีขรภูมิจังหวัดสุรินทร์ และ 2) เพื่อพัฒนาศิลปะการแสดงจากการละเล่นกลุ่มชาติพันธุ์ไทยลาว ในเขตอำเภอศีขรภูมิจังหวัดสุรินทร์ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยเทคนิควิธีการสังเกต สัมภาษณ์และการประชุมกลุ่มย่อย จากกลุ่มผู้รู้ ผู้ปฎิบัติและผู้ให้ข้อมูลทั่วไปในเขตอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์


           ผลการวิจัยพบว่าความเป็นมาการละเล่นของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ไทยลาว ถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกิดจากความคิดความต้องการเล่นเพื่อความสนุกสนานตามวัยของเด็ก แล้วเรียนรู้สืบทอดกันมา โดยการปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมให้เหมาะสมตามสภาพบริบทสังคมที่เปลี่ยนไป ซึ่งแบ่งตามวิธีการเล่นได้ 10 ประเภทคือ ประเภทเสี่ยงทายหรือคัดออก ประเภทไล่จับ ประเภทกระโดด ประเภทการดึง ประเภทการร้องเล่น ประเภทเล่นเดี่ยว ประเภทแม่นยำ ประเภททาย ประเภทซ่อนหา และประเภทเลียนแบบ การเล่นมักเล่นไม่จำกัดจำนวน อุปกรณ์การเล่นเป็นสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่น เพลงประกอบเป็นเพลงสั้น ๆ มีความตลก มีภาษาถิ่นปน บ่งบอกวิถีชีวิตของคนในชีวิตของท้องถิ่น การเล่นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาร่างกายให้แข็งแรง ให้รู้สึกอารมณ์สนุกสนานเพลิดเพลิน ได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เคารพกฎ กติกามารยาทของสังคม ส่งเสริมให้เกิดความรักความสามัคคีในหมู่คณะ ช่วยให้เด็กมีจินตนาการ ปฏิภาณไหวพริบ แก้ปัญหาได้


          การพัฒนาศิลปะการแสดงจากการละเล่นของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ไทยลาว ใช้ทำนองเพลงพื้นเมืองอีสานแต่งกายนุ่งโจงกระเบนและพันผ้ารอบอกด้วยสไบพื้นเมืองใช้ ประดับด้วยเครื่องเงิน ลีลาท่ารำเป็นที่ประยุกต์ผสมผสานท่ารำพื้นฐานที่สื่อให้เห็นถึงรูปแบบวิธีการละเล่นของเด็ก แบ่ง ออกเป็น 9 ช่วง โดยช่วงที่ 1 ท่าออกชวนเพื่อนมาเล่น ช่วงที่ 2 การตกลงก่อนเล่น การโอหวายแป๊ะ ต่อด้วย   ตีโป้ง ช่วงที่ 3 การเล่นมอญซ่อนผ้า ช่วงที่ 4 การเสือข้ามห้วย ช่วงที่ 5 การเล่นโค้งตีน ต่อด้วย ตีโป้ง ช่วงที่ 3 การเล่นมอญซ่อนผ้า ช่วงที่ 4 การเสือข้ามห้วย ช่วงที่ 5 การเล่นโค้งตีนเกวียน ช่วงที่ 6 การเล่นรีรีข้าวสารช่วงที่ 7 การเล่นบักยาดหมู่ ช่วงที่ 8 การเล่นหมอลำ ช่วงที่ 9 จบการเล่นด้วยท่าลา ประโยชน์ที่ได้รับนอกเหนือจากการสร้างความสุนทรีย์ด้านการบันเทิงแล้วยังเป็นการแสดงที่เสริมสร้างพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้กับเด็ก ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาการละเล่นที่ทรงคุณค่าให้คงอยู่คู่ท้องถิ่นสืบไปด้วย

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Saiyasopon, K. (2019). การพัฒนาศิลปะการแสดงจากการละเล่นของเด็ก กลุ่มชาติพันธุ์ลาวในเขตอำเภอศีขรภูมิในจังหวัดสุรินทร์. Journal of Variety in Language and Literature, 3(2), 15–31. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan/article/view/198337
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ/บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Adunwatthanasiri, A. (1992). Phon khong kan chai kem kan lalen phuenban khong thai baep prayuk thi mi to phon samrit
thangkan rian khanittasat khong nakrian chan prathomsueksa pi thi 1. (In Thai) [The Effect of Application of Thai
Traditional Play on Mathematics Learning Achievement of Grade 1 Students]. (Master’s Thesis). Chulalongkorn
University, Bangkok.
Chara, A. (2010). Kan lalen phuenban thai. (In Thai) [Thai Folk Play]. Pathum Thani: PNK And Sky Printing.
Chimphanao, S. (1994). Kan lalen khong dek thai nai adit. (In Thai) [Play of Thai Children in the Past]. Chiang Mai:
Chiang Mai Book Center.
Pasand,F.et al. (2014). Impact of Traditional Exercises on Perceptual- Motor Development in Elementary School Girl
Students. Indian Journal of Fundamental and Applied Life Sciences, 4 (S3): 1297-1302.
Hemhong, L. (2011, May 19). Personal Interview.
Manchit, S. (2011, October 20). Personal Interview.
Promphan, S.et al. (2007). Kan soemsang khwam chalat thang arom khong dek wai 9-11 pi doi chai kitchakam kan len.
(In Thai) [Increasing Emotional Intelligence of Children Aged 9-11 by Play Activities]. The 6th International
Conference on Mental Health: City Life, on August, 1-3, 2007, at the Prince Palace Hotel, Bangkok.
Schneps, J. S. (2002). Language, Social Skill and Behavior Problems in Preschool Children, Dissertation Abstracts
International, 63(4): 2092 -B.
Soranet, B. (2011, May 19). Personal Interview.
Sukthitiphat, D. (2010). Phon kan chat kitchakam kan lalen phuenban thai phuea phatthana thaksa phuenthan thang
khanittasat khong dek pathommawai. (In Thai) [The Results of Organizing Thai Folk Play for Developing Basic
Math Skills of Preschool Children]. (Master’s Thesis). Phetchaburi Rajabhat University, Phetchaburi.
Thawonrak, U. (2012). Suepthot sinlapa kan sadaeng phuenban chao kariang Amphoe Si Sawat Changwat
Kanchanaburi. (In Thai) [Preservation, Inheriting Local Art performance of Karan ‘Ratong’ of Sisawat district,
Kanchanaburi province]. Kanchanaburi: Kanchanaburi Art and Religious Promotion Section.