การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ลายไทยพื้นฐาน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ และการเห็นคุณค่าศิลปะไทย โดยใช้ การจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับทาง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง “ลายไทยพื้นฐาน” ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (2) ศึกษาผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบห้องเรียนกลับทาง โดยตั้งเป้าหมายให้นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป และ(3) ศึกษาการเห็นคุณค่าศิลปะไทยและความพึงพอใจของนักเรียน กลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 จำนวน 37 คน โรงเรียนขอนแก่นพัฒนศึกษา ใช้รูปแบบวิจัยเชิงทดลองขั้นต้น เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ 8 แผน เวลา 12 ชั่วโมง, ชุดกิจกรรม 8 ชุด, แบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจหลังเรียน, แบบประเมินผลงาน, แบบสังเกตพฤติกรรม, แบบประเมินคุณค่า และแบบประเมินความพึงพอใจ ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดกิจกรรมมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.98 2) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการปฏิบัติงานสูงกว่าร้อยละ 70 โดยมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 81.75 และ 89.07 ตามลำดับ 3) นักเรียนเห็นคุณค่าศิลปะไทยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 74.28 เป็น 83.78 พฤติกรรมการแสดงออกอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.43) และความพึงพอใจของนักเรียนต่อกิจกรรมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.81 แสดงให้เห็นว่าชุดกิจกรรมมีประสิทธิภาพและส่งเสริมทัศนคติเชิงบวกต่อศิลปะไทยได้อย่างชัดเจน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551.กรุงเทพฯ:
กระทรวงศึกษาธิการ.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
กิมยานนท์ วังคะฮาต. (2555). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะ ทักษะการเขียนลายไทยพื้นฐานและ
ความพึงพอใจต่อวิชา ศิลปะไทย จากการใช้แบฝึกทักษะการเขียนลายไทยพื้นฐานร่วมกับเทคนิคการ
เรียนรู้แบบร่วมมือ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
เขต 22. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร:มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร.
ฉาย เทวาภินิมมิต. (2497). สมุดตำราไทย. กรุงเทพมหานคร: พระจันทร์.
ธีรนัย เฉลิมวงศ์ และศิริพงษ์ เพียศิริ. (2567). ผลการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความเป็นนวัตกรของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง การออกแบบผลิตภัณฑ์ดินสอพอง โดยใช้แนวคิดห้องเรียนกลับด้าน.
[วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น].
น. ณ ปากน้ำ. (2534). วิวัฒนาการลายไทย. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์เมืองโบราณ.
พัชรี ปู่สีทา. (2559). ชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง วิชาทัศนศิลป์ เรื่องศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านไทยสำหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี].
มรุต มากขาว. (2565). การพัฒนาชุดกิจกรรมศิลปะจากกระดาษโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อเสริมสร้างการเห็น
คุณค่าศิลปะพื้นบ้าน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต,
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย].
ยงยุทธ แสนมะฮุง. (2552). การพัฒนาชุดการสอนแบบอิงประสบการณ์กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะเรื่อง
การเขียนลวดลายไทยเบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
นครพนม เขต 2. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช].
วิจารณ์ พานิช. (2556). ครูเพื่อศิษย์สร้างห้องเรียนกลับทาง (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: มูลนิธิสยามกัมมาจล.
วิเชียร ธำรงโสตถิสกุล (2560). บทสะท้อนแนวคิดว่าด้วยชุดการสอน ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ และชุดการเรียนรู้.
วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 19(3), 356.
วัชรินทร์ ศรีรักษา. (2563). ผลการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับทาง รายวิชาทัศนศิลป์ เรื่องการเขียนภาพ
หุ่นนิ่ง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น].
อรอนงค์ ฤทธิ์ฤๅชัย. (2560). จิตวิทยาศิลปศึกษา. ขอนแก่น: ภาควิชาศิลปศึกษา คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
Bergmann, J., & Sams, A. (2012). Flip Your Classroom: Reach Every Student in Every Class
Every Day. Washington, DC: International Society for Technology in Education.
Duke. (1973). Learning Activity Package : Discovering Dialects. The English Journal, 62,
-440.
Krathwohl, D. R., Bloom, B. S., & Masia.B. (1973). Taxonomy of education Objectives :
the classification of educational goals handbook II : affective domain. London :
Longman.