การพัฒนาชุดฝึกทักษะสู่ความเป็นเลิศ เรื่องการวาดภาพระบายสีชอล์กน้ำมัน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ทักษะการปฏิบัติ ของ Davies ร่วมกับเทคนิค 5’S

Main Article Content

โกเมนทร์ ตั้งพิทักษ์
อรอนงค์ ฤทธิ์ฤาชัย

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาชุดฝึกทักษะสู่ความเป็นเลิศเรื่อง การวาดภาพระบายสีชอล์กน้ำมัน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 2) เพื่อศึกษาผลการจัดการเรียนรู้โดยตั้งเป้าหมายให้นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยไม่ตำกว่าร้อยละ 70 และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกทักษะสู่ความเป็นเลิศ กลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 11 คน โรงเรียนคำกุงประชานุกูล  ใช้รูปแบบวิจัยเชิงทดลองขั้นต้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาศิลปะพื้นฐาน จำนวน 6 แผน เวลา 12 ชั่วโมง, ชุดแบบฝึกทักษะประกอบการเรียนรู้ เรื่อง การวาดภาพระบายสีชอล์ก จำนวน 6 ชุด, แบบประเมินผลงาน, แบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจหลังเรียน และแบบประเมินความพึงพอใจของผู้เรียน ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการจัดการเรียนรู้รายวิชาทัศนศิลป์ เรื่อง การวาดภาพระบายสีชอล์กน้ำมันของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ทักษะการปฏิบัติของDaviesร่วมกับเทคนิค 5’s มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.85  2) ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกทักษะสู่ความเป็นเลิศ เรื่อง การวาดภาพระบายสีชอล์กน้ำมัน โดยใช้รูปแบบการสอนทักษะการปฏิบัติของDavies ร่วมกับเทคนิค 5’S พบว่านักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 8.95 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 89.54 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และพบว่า คะแนนเฉลี่ยการทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจหลังเรียน เรื่อง การวาดภาพระบายสีชอล์ก แบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ มีนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ 11 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของนักเรียนทั้งหมด มีค่าเฉลี่ยคะแนนเท่ากับ 17.72 จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 88.63 ของนักเรียนทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และ 3) ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกทักษะสู่ความเป็นเลิศ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อด้านด้านความชัดเจนของคำอธิบายแบบฝึกทักษะ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.00 มากที่สุด ด้านความยืดหยุ่นในการใช้งาน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.86 รองลงมาคือ ด้านกระบวนการและขั้นตอน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.85 ด้านคุณภาพและเนื้อหาการเรียนการสอน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.83  ด้านความน่าสนใจของกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.71 แสดงให้เห็นว่าชุดแบบฝึกทักษะสู่ความเป็นเลิศมีประสิทธิภาพและส่งเสริมทักษะการวาดภาพระบายสีชอล์กน้ำมันได้อย่างชัดเจน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ตั้งพิทักษ์ โ. ., & ฤทธิ์ฤาชัย อ. . (2025). การพัฒนาชุดฝึกทักษะสู่ความเป็นเลิศ เรื่องการวาดภาพระบายสีชอล์กน้ำมัน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ทักษะการปฏิบัติ ของ Davies ร่วมกับเทคนิค 5’S. วารสารครุศาสตร์ปัญญา, 4(4), 187–201. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/IEJ/article/view/285664
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551.กรุงเทพฯ: คุรุสภาลาดพร้าว.

กระทรวงศึกษาธิการ . (2552). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2552.กรุงเทพฯ:คุรุสภาลาดพร้าว.

ขวัญชนก โพธิ์ศรี เเละผศ.ดร.ปฤณัต นัจนฤตย์,”การพัฒนาแบบฝึกทักษะการระบายสีไม้ด้วยเทคนิค5’S สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนต้นโรงเรียนชุมทางตลิ่งชัน,” วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีที่ 20 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2565)

ทินกร บัวมูล. (2552). ศิลปะกับการสร้างสรรค์. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทิศนา แขมมณี. (2545). รูปแบบการเรียนการสอน : ทางเลือกที่หลากหลาย. กรุงเทพฯ: สำนักงานแห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นิตยา วงศ์ชู และศิริพงษ์ เพียศิริ. (2555). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะ เรื่อง การวาดภาพระบายสีของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยการจัดการเรียนรู้แบบส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์. ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

สมาน อัศวภูมิ.(2557). เอกสารประกอบกาอบรมผู้บริหารเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งเชี่ยวชาญ. วารสารบริหารการศึกษา บัวบัณฑิต,16 (1) ,1-7.

อนงค์ ทิวะสิงห์. การพัฒนากิจกรรมเรียนรู้ตามแนวของ Davies ที่มีต่อการเรียนทักษะปฏิบัติของนักเรียน เรื่องการปลูกไม้ดอกไม้ประดับในภาชนะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4.ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม,2554.

Arikunto, S, dkk. (2010). Prosedur Penelitian Suatu Pendekatan Praktik. Jakarta: Rineka Cipta