การพัฒนาวัฒนธรรมแบบร่วมมือในสถานศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันสภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของวัฒนธรรมแบบร่วมมือในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ จำนวน 212 โรงเรียน กลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา 33 คน ครู 287 คน โดยสุ่มจากตาราง Krejcie & Morgan และใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นตามขนาดโรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ เท่ากับ 0.933 และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการจัดลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น (PNI Modified) ผลการวิจัย พบว่า สภาพปัจจุบัน ภาพรวมอยู่ในระดับมาก สภาพที่พึงประสงค์ ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งทั้งสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การสื่อสารอย่างเปิดเผยโปร่งใส ด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็นของวัฒนธรรมแบบร่วมมือในสถานศึกษา ด้านที่มีลำดับความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ ด้านบรรยากาศการทำงานแบบร่วมกัน (PNIModified =0.171) และลำดับความต้องการจำเป็นต่ำสุด คือ ด้านการสื่อสารอย่างเปิดเผยโปร่งใส (PNIModified =0.155)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). รมว.ศธ.แถลงนโยบายการศึกษา “เรียนดี มีความสุข”. ค้นเมื่อ 23 มิถุนายน 2567, จาก https://moe360.blog/2023/09/14/minister-ed-statement-ed-policy/
ดาวรุวรรณ ถวิลย์การ. (2561). รูปแบบการพัฒนาวัฒนธรรมคุณภาพของสถานศึกษาขนาดเล็กในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ฉบับบัณฑิตศึกษา) สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 6(3), 114 -126.
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎ์ธานี. (2561). ผู้บริหารสถานศึกษากับการสร้างคุณภาพสถานศึกษา.
ค้นเมื่อ 20 กรกฎาคม 2567, จาก https://graduate.sru.ac.th/wp-content/uploads/ 2018/06/edu0107-04-ผู้บริหารสถานศึกษากับการสร้างคุณภาพสถานศึกษา
วิริยา จันทรศิริ. (2567). รูปแบบการพัฒนาวัฒนธรรมแบบร่วมมือสำหรับสถานศึกษาขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สุตวรธรรมกิจ และพงศ์ทราทิตย์ สุธีโร. (2563). การพัฒนาครูไทยสู่ศตวรรษที่ 21. วารสารบัณฑิตสาเกตปริทรรศน์, 5(2), 19-30.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ. (2566). แผนพัฒนาการศึกษา สำนักงานเขต
พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ (2566-2570). ค้นเมื่อ 27 มิถุนายน 2567, จาก
https://www3.bkn.go.th/?page_id=5148
Herrity, J. (2023). 9 Steps To Create a Collaborative Culture at Work. Retrieved June 23, 2024, from https://www.indeed.com/career-advice/career-development/culture-collaboration
McCann-Kyte, C. (2019). Building a Culture of Collaboration. London: Western University.
Men, L. R.. (2014). Strategic Internal Communication: Transformational Leadership,
Communication Channels, and Employee Satisfaction. Leadership and internal
communication, (973) 818-8801
Moolenaar, N., Daly, A.J. and Sleegers, P.J.C. (2010). Occupying the Principal Position: Examining Relationships Between Transformational Leadership, Social Network Position, and Schools’Innovative Climate. Educational Administration Quarterly, 46(5), 623–670.
Tschannen-Moran, M. (2014). Trust and school life: The Interconnectivity of Trust in Schools. Dordrecht: Springer Nature.