รูปแบบการพัฒนาการบริหารโรงเรียนดีวิถีลูกเสือในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ศึกษาองค์ประกอบของการบริหารโรงเรียนดีวิถีลูกเสือในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2) สร้างและพัฒนารูปแบบการพัฒนาการบริหารโรงเรียนดีวิถีลูกเสือ 3) ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการพัฒนาการบริหารโรงเรียนดีวิถีลูกเสือ ตามกระบวนการที่พัฒนาขึ้น การดำเนินการวิจัยมี 3 ระยะ 9 ตอน คือ ระยะที่ 1 ศึกษาองค์ประกอบโดยใช้วิธีสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารสถานศึกษาที่มีผลการดำเนินงานที่เป็นต้นแบบ แล้วตรวจสอบและยืนยันองค์ประกอบของการบริหารโรงเรียนดีวิถีลูกเสือ ระยะที่ 2 สร้างและพัฒนารูปแบบการพัฒนาการบริหารโรงเรียนดีวิถีลูกเสือ ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็น ตรวจสอบและยืนยันความเหมาะสมของรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 10 คน ระยะที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาการบริหารโรงเรียนดีวิถีลูกเสือ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนา คือ ครูผู้สอนกิจกรรมลูกเสือ จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง ผลการวิจัยพบว่า 1. องค์ประกอบของการบริหารโรงเรียนดีวิถีลูกเสือ มี 5 องค์ประกอบหลัก และ 21 ตัวชี้วัด คือ ด้านผู้บริหาร ด้านครูและบุคลากร ด้านการจัดการเรียนรู้และคุณลักษณะของผู้เรียน ด้านการจัดกิจกรรมลูกเสือ และด้านการประเมินผล 2. รูปแบบการพัฒนาการบริหารโรงเรียนดีวิถีลูกเสือ มี 5 องค์ประกอบได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบ 2) ความมุ่งหมายของรูปแบบ3) เนื้อหาของรูปแบบ 4) กระบวนการของรูปแบบ และ 5) การติดตามและประเมินผลของรูปแบบ และจากการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ พบว่า โดยภาพรวมและด้านความถูกต้องเหมาะสม ความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด 3. ประสิทธิผลของรูปแบบการพัฒนาการบริหารโรงเรียนดีวิถีลูกเสือ พบว่า ความเหมาะสมของรูปแบบการพัฒนาการบริหารโรงเรียนดีวิถีลูกเสือ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ประสิทธิผลของผู้เข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยรวมมีค่าเฉลี่ยหลังการอบรมสูงกว่าก่อนการอบรม ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารูปแบบการพัฒนาการบริหารโรงเรียนดีวิถีลูกเสือ มีประสิทธิผลสามารถพัฒนาการบริหารโรงเรียนดีวิถีลูกเสือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำสำคัญ: รูปแบบการพัฒนา, การบริหาร, โรงเรียนดีวิถีลูกเสือ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ. (2544). แนวการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กระทรวงศึกษาธิการ.
ไชยา ภาวะบุตร. (2565). ภาวะผู้นำทางวิชาการ. ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2565. สกลนคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัด สมศักดิ์การพิมพ์ กรุ๊ป.
ธีระ รุญเจริญ. (2557). ผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพ: ศักยภาพเพื่อปฏิรูปการเรียนรู้.พิษณุโลก : สำนักพิมพ์วิทยาลัยนเรศวร.
เนติ เฉลยวาเรศ. (2556). การประเมินอภิมานแนวคิดและหลักการ. วารสารวิชาการเครือข่ายบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ.
บุญชม ศรีสะอาด. (2554).การวิจัยเบื้องต้น.กรุงเทพฯ : บริษัท สุวีริยาสาส์น จำกัด.
พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551."ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 125,ตอนที่ 42 ก (4 มีนาคม 2551)". พริกหวานกราฟฟิค.
รินนา ราชชารี. (2567). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของรองผู้อำนวยการโรงเรียนยุคปกติใหม่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
รุ่งชัชดาพร เวหะชาติ. (2564). การบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (พิมพ์ครั้งที่ 5). วัฒนาพริ้นติ้ง.
สภาลูกเสือไทย. (2560). รายงานการประชุมสภาลูกเสือไทย ประจำปี 2560, 20 สิงหาคม 2560, กรุงเทพฯ: สภาลูกเสือไทย.
สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ. (2551). พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551. เอกสารเผยแพร่และประชาสัมพันธ์. กรุงเทพฯ: สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ.
สารานุกรมลูกเสือ. (2557). สารานุกรมลูกเสือ. พิมพ์ที่โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว นายสมมาตร์ มีศิลป์ ผู้พิมพ์และผู้โฆษณา พ.ศ. 2557.
สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน. (2557). แนวทางการพัฒนาหลักสูตรการจัด. กิจกรรมลูกเสือในสถานศึกษา พ.ศ. 2552. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค.