การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานร่วมกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

Main Article Content

จักรวาล ภู่อ่ำ

บทคัดย่อ

การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานร่วมกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (2) เพื่อประเมินทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หลังการใช้รูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น (3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น และ(4) เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีต่อรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ห้อง 2/7 จำนวน 38 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสที ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานร่วมกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมอยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด 2) ผลการประเมินตนเองด้านทักษะการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ด้วยการใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสาน ร่วมกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ก่อนเรียนอยู่ในระดับปานกลาง หลังเรียนอยู่ในระดับมาก 3) ผลการประเมินตนเองด้านทักษะนวัตกรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ด้วยการใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสาน ร่วมกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)  เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ก่อนเรียนอยู่ในระดับปานกลาง หลังเรียนอยู่ในระดับมาก ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสาน ร่วมกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง ก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 32.05 ในขณะที่หลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 52.26 และผลการทดสอบที (t – test ) พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ4) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสาน ร่วมกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น อยู่ในระดับมากที่สุด


คำสำคัญ: การเรียนการสอนแบบผสมผสาน, ปัญญาประดิษฐ์, ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม, นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ภู่อ่ำ จ. . (2025). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานร่วมกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารครุศาสตร์ปัญญา, 4(5), 226–241. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/IEJ/article/view/289012
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ประพรรธน์ พละชีวะ. (2550). การนำเสนอรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับการฝึกแก้ปัญหา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. โสตทัศนศึกษา, ครุศาสตร์มหาบัณฑิต หลักสูตรการสอน และเทคโนโลยีการศึกษา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พรรณี ชูทัย เจนจิต. (2550). จิตวิทยาการเรียนการสอน (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: เมธีทิปส์.

วิชัย วงษ์ใหญ่. (2557). การพัฒนาหลักสูตรและการสอน: มิติใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 3). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ. (2563). แผนที่นำทางการส่งเสริมนวัตกรรมสำหรับประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ.

อนุศร หงษ์ขุนทด. (2561). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสาน ตามแนวคิดทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ด้วยโครงงาน เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. นครราชสีมา: โรงเรียนด่านขุนทด.

Bloom, B.S. (Ed). (1956). Taxonomy of educational objectives: The classification of educational goals. Handbook I: Cognitive domain. Longmans, Green and Co.

Branch, R.M. (2009). Instructional design: The ADDIE approach. Springer Science & Business Media.

Cronbach, L. J. (1970). Essentials of psychological testing (3rd ed.). Harper & Row.

Fullan, M., & Langworthy, M. (2014). A rich seam: How new pedagogies find deep

learning. London: Pearson. Retrieved from https://www.michaelfullan.ca/wp-

content/uploads/2014/01/3897.Rich_Seam_web.pdf

Graham, C. R. (2012). Blended learning systems: Definition, current trends, and future directions. In C. J. Bonk & C. R. Graham (Eds.), The handbook of blended learning: Global perspectives, local designs (pp. 3-21). San Francisco,

Holmes, W., Bialik, M., & Fadel, C. (2019). Artificial Intelligence in Education: Promises and Implications for Teaching and Learning. Boston, MA: Center for Curriculum Redesign.

Kemp, J. E., Morrison, G. R., & Ross, S. M. (2011). Designing effective instruction

(6th ed.). John Wiley & Sons.