ผลการใช้แชทบอทเพื่อการศึกษาร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน เรื่อง พหุนาม รายวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

Main Article Content

ซารีฝะฮ์ เหล็มนุ้ย
อัมพร วัจนะ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาแชทบอทเพื่อการศึกษาร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังจากได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้แชทบอทเพื่อการศึกษาร่วมกับห้องเรียนกลับด้าน และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แชทบอทเพื่อการศึกษาร่วมกับห้องเรียนกลับด้าน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชะรัดชนูปถัมภ์ จังหวัดพัทลุง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน ได้มาจากวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แชทบอทเพื่อการศึกษา        2) แผนการจัดการเรียนรู้ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ เป็นแบบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ         4) แบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต () ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)  และใช้สถิติ t-test แบบ Dependent Samples และ One Sample ผลการวิจัยพบว่า 1) แชทบอทเพื่อการศึกษาร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้แชทบอทเพื่อการศึกษาร่วมกับห้องเรียนกลับด้านสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้แชทบอทเพื่อการศึกษาร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด คือค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.63 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.37 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 3.51 ที่กำหนดไว้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


คำสำคัญ: แชทบอท, การจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ความพึงพอใจของนักเรียน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เหล็มนุ้ย ซ., & วัจนะ อ. . (2026). ผลการใช้แชทบอทเพื่อการศึกษาร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน เรื่อง พหุนาม รายวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารครุศาสตร์ปัญญา, 5(1), 282–296. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/IEJ/article/view/291038
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

บุญชม ศรีสะอาด. (2556). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย เล่ม 1. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

รัตนาภรณ์ เชยชิต และอรนุช ลิมตศิริ. (2565). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจที่มีต่อรายวิชาภาษาอังกฤษ ด้วยระบบตอบกลับข้อความอัตโนมัติ (Chatbot). วารสารการบริหารนิติบุคคลและนวัตกรรมท้องถิ่น, 8 (11), 1-10. https://so04.tci-thaijo.org/ index.php /jsa-journal/article/view/255952/178350

วิจารณ์ พานิช. (2556). ครูเพื่อศิษย์สร้างห้องเรียนกลับทาง (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: เอส.อาร์พริ้นติ้ง แมสโปรดักส์.

สิรภัทร สวัสดิกุล และอัมพร วัจนะ (2568). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์โดยใช้แอปพลิเคชัน แชทบอทร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน (Flipped classroom) ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม 5 และความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. วารสารวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ศึกษา (JSSE), 8(1), 32-41. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JSSE/article/view/276887/187300

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

เอกภูมิ อิ่มอก, จตุพงษ์ กะวิวังสกุล, จุฬารินทร์ อุ่นเรือน, และณัฐสุดา สุวรกิม. (2566). ผลการใช้แชทบอทช่วยในการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 17(2), 15-26. https://so03.tci-thaijo.org/ index.php/EDUCLoei/article/view/273800/180889

Baskara, F. X. R. (2023). Chatbots and flipped learning: Enhancing student engagement and learning outcomes through personalised support and collaboration. International Journal of Recent Educational Research (IJORER), 4(1), 27–40.

Bergmann, J., & Sams, A. (2012). Flip your classroom: Reach every student in every class every day. Washington, DC: ISTE.

Branch, R. M. (2009). Instructional design: The ADDIE approach. Springer. https://link.springer.com/book/10.1007/978-0-387-09506-6

Flipped Learning Network (FLN). (2014). The Four Pillars of F-L-I-P™. Retrieved 15 October 2025, from www.flippedlearning.org/definition

Gagné, R. M. (1985). The conditions of learning and theory of instruction (4th ed.). Holt, Rinehart and Winston.

Lo, C. K., & Hwang, G. J. (2018). How to advance our understanding of flipped learning: Directions and a descriptive framework for future research. Knowledge Management & E-Learning, 10(4), pp. 441-454.

Reigeluth, C. M. (1999). Instructional design theories and models: A new paradigm of instructional theory (Vol. II). Lawrence Erlbaum Associates.Instructional-design theories and models, Vol. II: A new paradigm of instructional theory (92)

Ryan, R. M., & Deci, E. L. (2000). Self-determination theory and the facilitation of intrinsic motivation, social development, and well-being. American Psychologist, 55(1), 68–78. https://doi.org/10.1037/0003-066X.55.1.

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.