การบริหารเพื่อพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุของสมรรถนะดิจิทัลของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร 2) ตรวจสอบความสอดคล้องของรูปแบบเชิงโครงสร้างของปัจจัยเชิงสาเหตุของสมรรถนะดิจิทัลของครู กับข้อมูลเชิงประจักษ์ และ 3) สร้างและประเมินรูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลของครู การวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุของสมรรถนะดิจิทัลของครู และตรวจสอบความสอดคล้องของรูปแบบเชิงโครงสร้างของสมรรถนะดิจิทัลของครู กับข้อมูลเชิงประจักษ์ กลุ่มตัวอย่างเป็นครูจำนวน 380 คน ได้จากการสุ่มแบบแบ่งเป็นชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน และการวิเคราะห์เส้นทาง ระยะที่ 2 นำผลการศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุ มาสร้างรูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลของครู โดยใช้กระบวนการ PDCA รูปแบบมีองค์ประกอบ 4 ด้าน ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการบริหาร และการประเมินผล ตรวจสอบรูปแบบด้วยวิธีการสนทนากลุ่ม (Focus Group) โดยผู้เชี่ยวชาญ 7 คน และประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติโดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 30 คน ข้อมูลวิเคราะห์โดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยเชิงสาเหตุของสมรรถนะดิจิทัลของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร มี 2 ปัจจัย 5 ตัวแปร ได้แก่ ปัจจัยด้านผู้บริหาร ประกอบด้วย ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหาร และการสนับสนุนของผู้บริหาร และปัจจัยด้านครู ประกอบด้วย แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ การยอมรับการเปลี่ยนแปลง การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ และสามารถร่วมกันอธิบายสมรรถนะดิจิทัลของครู ร้อยละ 76.70 2) รูปแบบเชิงโครงสร้างของปัจจัยเชิงสาเหตุของสมรรถนะดิจิทัลของครู สอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ และ 3) รูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลของครูที่สร้างขึ้น ได้รับการประเมินจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องว่ามีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติในระดับมากที่สุด
คำสำคัญ: การบริหาร, สมรรถนะดิจิทัล, ปัจจัยเชิงสาเหตุ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
กัญญาพัชญ์ กานต์ภูวนันต์. (2562). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของครูโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารศึกษาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กิตติภา ดาวัลย์ และขนิษฐา พุ่มสงวน. (2567). สัมภาษณ์. หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 และ 2.
กุลวีร์ ภูวขจรพานิช. (2561). การศึกษาพฤติกรรมการยอมรับการเปลี่ยนแปลงของบุคลากร หน่วยงานภาครัฐ: กรณีศึกษากรมตรวจบัญชีสหกรณ์. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต,มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ชนมณี ศิลานุกิจ.(2563).รูปแบบการบริหารโรงเรียนโดยใช้วงจรคุณภาพ สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษากรุงเทพมหานคร.หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาทางสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแหง.
ณัฐรัตน์ ผดุงถิ่น.(2564).ปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยแรงจูงใจที่ส่งผลต่อสมรรถนะดิจิทัลของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐมและสุพรรณบุรี.ปริญญานิพนธ์การศึกษมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ทิศนา แขมมณี. (2556). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 17). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธัญชาติ ล้อพงค์พานิชย์. (2565). ภาวะผู้นำยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อสมรรถนะด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศในศตวรรษที่ 21 ของครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดอุบลราชธานี. หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาวะผู้นำการบริหารและการจัดการการศึกษา,สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์.
นปดล นพเคราะห์. (2555). การพัฒนารูปแบบโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
นิลุบล ทาตะชัย. (2564). สภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสอนของครูโรงเรียนพระยามนธาตุราชศรีพิจิตร์. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, 6(2).
บุปผา หลงมีหนา. (2567). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับนวัตกรรมทางการศึกษาของครูมัธยมศึกษาจังหวัดนครนายก. การบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
ปณิธิ เจริญรักษ์. (2563). แนวทางการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของครู โดยผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 11 สุราษฎร์ธานี. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
พรวิภา เชยกลิ่น.(2566).ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัล.หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา,มหาวิทยาลัยศิลปากร.
พัตรพิมล ผิวขาว. (2567). รูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาแบบเรียนร่วมของครูในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร. วารสารบริหารการศึกษา, 22(1), 55–70.
พันธยุทธ ทัศระเบียบ. (2562). การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในจังหวัดนครศรีธรรมราช. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
สกล คามบุศย์. (2559). การใช้โมเดลสมการโครงสร้างเพื่อศึกษาความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของตัวแปรในงานวิจัยทางสังคมศาสตร์. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 17(1), 88–102.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 และเขต 2. (2567). นโยบายและแนวทางการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลในสถานศึกษา ปีงบประมาณ 2567. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2547). พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2551 และฉบับที่ 3 พ.ศ. 2553). กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สุรพงษ์ อนันต์ธนสาร (2566) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์.
Atkinson, J. W. (1964). An introduction to motivation. Princeton, NJ: Van Nostrand.
Deming, W. E. (1986). Out of the crisis. Cambridge, MA: Massachusetts Institute of Technology, Center for Advanced Engineering Study.
McClelland, D. C., & Winter, D. G. (1971). Motivating economic achievement. New York: Free Press.
Rogers, E. M., & Shoemaker, F. F. (1978). Communication of innovations: A cross-cultural approach (Revised edition). New York: Free Press.
Rubach, C., & Lazarides, R. (2023). Empowering teacher professionalization with digital competencies. Education Sciences, 15(7), 867. https://doi.org/10.3390/educsci15070867
Willer, D. (1986). Scientific sociology. New York: Praeger.