มวยไทย: การจัดการการท่องเที่ยวเชิงกีฬา เพื่อสร้างมูลค่าเศรษฐกิจและสังคม

Main Article Content

จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง
ในตะวัน กำหอม

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬามวยไทยที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม และ 2) แนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมที่เหมาะสมสำหรับการจัดการการท่องเที่ยวเชิงกีฬามวยไทยในอนาคต การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ประชากรและผู้ให้ข้อมูล ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกีฬามวยไทยในประเทศไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม อันประกอบด้วย 1) ผู้จัดการค่ายมวย 2) ผู้ให้บริการการท่องเที่ยวเชิงกีฬา 3) ผู้ประกอบการทัวร์เชิงกีฬา 4) นักมวยไทยอาชีพชาวต่างชาติ และ 5) นักมวยไทยอาชีพชาวไทย ใช้วิธีคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการตีความและการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการศึกษาชี้ว่ามวยไทยเป็นความสำคัญที่สำคัญในการเพิ่มทั้งเศรษฐกิจและสังคมก่อนที่จะพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวเชิงกีฬาแบบเดียวกับคุณค่าของการเชื่อมโยงเครือข่ายมวยเวทีการแข่งขันท่องเที่ยวและชุมชน เช่น สนามกีฬาราชดำเนิน และสนามมวยลุมพินี สามารถนำมาใช้อย่างต่อเนื่องยกระดับมวยไทยสู่แบรนด์โลกต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์พร้อมพัฒนาวินัยคุณธรรมและความเป็นผู้นำของประเทศไทยอย่างยั่งยืน และ 2) ผลการศึกษาชี้แนวทางยกระดับการท่องเที่ยวเชิงกีฬามวยไทยอย่างเป็นระบบ โดยจัดทำมาตรฐานกลางด้านความปลอดภัย คุณภาพการฝึก และการบริการ พร้อมระบบรับรองค่ายมวยและฐานข้อมูลกลาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว ควรพัฒนาศักยภาพครูมวยด้านภาษาและการบริการ บูรณาการความร่วมมือกับสนามหลัก รวมทั้งผลักดันมวยไทยเป็นยุทธศาสตร์ชาติของประเทศไทย ผ่านการสร้างแบรนด์ โรดโชว์ และสื่อดิจิทัล ควบคู่การดูแลสวัสดิการนักมวย เพื่อความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมระยะยาว


คำสำคัญ: มวยไทย, การท่องเที่ยวเชิงกีฬา, มูลค่าเศรษฐกิจและสังคม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สุวรรณเพ็ง จ. ., & กำหอม ใ. (2026). มวยไทย: การจัดการการท่องเที่ยวเชิงกีฬา เพื่อสร้างมูลค่าเศรษฐกิจและสังคม. วารสารครุศาสตร์ปัญญา, 5(2), 464–477. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/IEJ/article/view/292898
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรวรรณ สังขร. (2555). แหล่งท่องเที่ยวและการท่องเที่วตลาดใหม่. เชียงใหม่: สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2559). ประมวลกฎหมายท่องเที่ยวและกีฬา. พิมพ์ครั้งที่ 1, สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, สำนักกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2560). แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2560 - 2564). สืบค้นเมื่อ 2 ตุลาคม 2567, จาก https://www.mots.go.th/more_news.php?cid=312

ขวัญชนก สุวรรณพงศ์ (2567) วิจัยเรื่อง อิทธิพลของแรงจูงใจและการรับรู้องค์ประกอบการท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของนักท่องเที่ยวชาวไทยในจังหวัดภูเก็ต. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 14(1), 308-330.

จรัสเดช อุลิต. (2547). มวยไทย. กาฬสินธุ์ : ประสานการพิมพ์.

ชาญณรงค์ สุหงษา. (2545). คู่มือการสอนมวยไทยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ : บรรณกิจ.

ชินพรรธน์ อธิชัยวรานนท์, ธีรพล กาญจนากาศ, ณฐนนท ทวีสิน และเกียรติยศ ระวะนาวิก. (2568). การขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐโดยใช้อิทธิพลทางวัฒนธรรม. Journal of Spatial Development and Policy, 3(3), 101–110.

ตรีธวัฒน์ มีสมศักดิ์. (2566). แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ด้วยแนวคิดปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด. วารสารวิชาการอยุธยาศึกษา, 14(2), 58-67.

ธีรวัฒน์ ยิ้วยิ้ม, ธรรมพร ตันตรา และ สุริยจรัส เตชะตันมีนสกุล. (2567). ยุทธศาสตร์การพัฒนาการสร้างความร่วมมือของภาคส่วนเพื่อนํามวยไทยสู่การเป็นกีฬาโอลิมปิก การเป็นมรดกโลกและสนับสนุนพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ด้านการส่งออกและการท่องเที่ยว. วารสารวิชาการวิทยาลัยบริหารศาสตร์, 7(2), 1-14.

นิสาชล นิลประดิษฐ์. (2568). แนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬามวยไทยในเขตภูมิภาคตะวันออก. Academic Journal of Thailand National Sports University, 17(2), 149–160.

บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา. (2548). อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว. กรุงเทพฯ: ศูนย์วิชาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย.

เพชรศรี นนท์ศิริ และชฏา ณรงค์ฤทธิ์. (2561). ปัจจัยสู่ความสำเร็จของการดำเนินงานในรูปแบบเครือข่ายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวสีเขียว อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์. วารสารเทคโนโลยีภาคใต้, 11(2), 15-26.

รัชพงษ์ แก้วพันธุ์. (2561). รูปแบบการจัดการมหกรรมกีฬาของสโมสรฟุตบอลไทยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว. วารสารบริการและการท่องเที่ยวไทย, 13(2), 37-50.

วัชระ เชียงกูล. (2560). การประเมินประสิทธิผลการดำเนินงานปัจจัยที่ควรพิจารณาด้านการตลาดการท่องเที่ยวเชิงกีฬา จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารวิทยาลัยดุสิตธานี, 11 (ฉบับพิเศษ), 124-138.

วีรพล เจียมวิสุทธิ์. (2560). สัญญะกับการสื่อสารอัตลักษณ์ในตราเครื่องหมายสัญลักษณ์การจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก. วารสารสาขามนุษย์ศาสตร์ สังคมศาสตร์และศิลปะ, 10(1), 2077-2092.

ศิริชัย นาคอุดม และรุ่งรวี จิตภักดี. (2561). ความสามารถในการแข่งขันของกิจกรรมเพื่อสังคมของประเทศไทย. วารสารบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร, 13(2), 111-120.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. (2555). ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โอกาสของไทยในตลาดรุกอาเซียน. กรุงเทพฯ: ธนาคารกสิกรไทย.

โศรยา หอมชื่น. (2551). กลุมนักทองเที่ยวเอเชียที่นาจับตามองภายในป 2012. [จุลสารวิชาการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 2)]. สืบคนจาก http://www.etatjournal.com

สมบัติ บัญชาเมฆ และสุริยจรัส เตชะตันมีนสกุล. (2567). ยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนาบัวขาววิลเลจให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของโลกด้านการศึกษาการเกษตรอาหารปลอดภัยและศิลปวัฒนธรรมมวยไทยตามแนวทางการทำธุรกิจเพื่อสังคมและกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม. วารสารวิชาการวิทยาลัยบริหารศาสตร์, 7(1), 147–161.

สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ. (2540). ศิลปะมวยไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

Gibson. J.M.E. (1998). Using The Delphi Technique to identify the content and context of nurses’ continuing professional development needs. Journal of clinical Nursing.

Tapper, R., & Font, X. (2004). Tourism supply chains: Report of a desk research project for the Travel Foundation. The Travel Foundation.