การเสริมสร้างการทำงานเป็นทีมตามหลักอปริหานิยธรรมของโรงเรียนบ้านวังลำ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง

Main Article Content

ตรีเพชร ทิพย์แก้ว
ธีระพงษ์ สมเขาใหญ่
พระครู ประโชติกิจจาภรณ์

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการทำงานเป็นทีม 2) ศึกษาการเสริมสร้างการทำงานเป็นทีม  3) นำเสนอการเสริมสร้างการทำงานเป็นทีมตามหลักอปริหานิยธรรมของโรงเรียนบ้านวังลำ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ใช้ระเบียบการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลโดยสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 15 คน ผู้ให้ข้อมูลเชิงลึก จำนวน  5 คน และสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการทำงานเป็นทีม พบว่า 1) การมีเป้าหมายเดียวกัน มีข้อจำกัดเรื่องของเวลาในการทำงาน ความคิด  ความถนัดและความสามารถไปสู่เป้าหมายแตกต่างกัน 2) การมีส่วนร่วม เกิดจากความแตกต่างระหว่างบุคคล ทั้งความคิด อุปนิสัย ความชอบ ข้อจำกัดของเวลาที่ตรงกันในการมีส่วนร่วมในการทำงาน 3) การติดต่อสื่อสาร มีการติดต่อสื่อสารภายใต้เวลาอันจำกัด ทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน หรือไม่ละเอียดในการรับข้อมูลข่าวสาร การใช้ภาษาไม่เหมาะสมหรือการใช้อารมณ์ในการติดต่อสื่อสาร 4) ความไว้วางใจ ต้องรู้จักและศึกษาพฤติกรรม อุปนิสัยของสมาชิกในองค์กรเป็นรายบุคคล ไม่ไว้ใจในการมอบหมายงาน ไม่กระจายงาน ทำให้บุคลากรขาดกำลังใจในการทำงาน 5) บทบาทและการมอบหมายงานที่ชัดเจน มีการมอบหมายงานที่ไม่ตรงความถนัดของแต่ละบุคคล ไม่ตรงตามบทบาทหน้าที่ ส่งผลให้เกิดความผิดพลาดความยุ่งยากและความล่าช้าในการทำงาน 2) การเสริมสร้างการทำงานเป็นทีมที่เหมาะสม เป็นการประยุกต์ใช้หลักการในการทำงานเป็นทีม คือ 1) การมีเป้าหมายเดียวกัน 2) การมีส่วนร่วม 3) การติดต่อสื่อสาร 4) ความไว้วางใจ และ 5) บทบาทและการมอบหมายงานที่ชัดเจน กับหลักอปริหานิยธรรม คือ 1) หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ 2) พร้อมเพรียงกันประชุมและเลิกประชุม 3) ไม่ตั้งกฎระเบียบที่ขัดต่อระเบียบสังคม 4) มีความเคารพนับถือต่อผู้บังคับบัญชา 5) ให้ความเคารพต่อสิทธิของผู้อื่น 6) ให้ความเคารพต่อสถานที่ และ 7) ให้ความดูแลเอาใจใส่ต่อท่านผู้มาเยือน 3) ผู้ทรงคุณวุฒิได้ตรวจสอบการการเสริมสร้างการทำงานเป็นทีมตามหลักอปริหานิยธรรมของโรงเรียนบ้านวังลำ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง พบว่า ในการร่วมสนทนากลุ่มซึ่งทุกคนเห็นว่ามีความเหมาะสม มีความเป็นไปได้และเป็นประโยชน์

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ทิพย์แก้ว ต. ., สมเขาใหญ่ ธ. ., & ประโชติกิจจาภรณ์ พ. (2024). การเสริมสร้างการทำงานเป็นทีมตามหลักอปริหานิยธรรมของโรงเรียนบ้านวังลำ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง. วารสารครุศาสตร์ปัญญา, 3(3), 107–117. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/IEJ/article/view/293002
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ทองทิพภา วิริยะ. (2553). การบริหารทีมงานและการแก้ปัญหา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: สหธรรมิก.

นภาพร เมฆมูสิก. “พฤติกรรมการทำงานเป็นทีมของบุคลากรกรณีศึกษา กลุ่มบริษัททรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ศึกษา ในเขตพื้นที่ภาคใต้”. การศึกษาอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, 2551.

เบญจพร แสนพลเมือง. “การทำงานเป็นทีมของครูโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (ทวีวัฒนา) ในพระราชูปถัมภ์ ”. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2561.

พลอยอัมพัน มาพิจาร. “การทำงานเป็นทีมของกลุ่มโรงเรียนสุวรรณสาธุกิจ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2”. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2559.

วาสนา เภอแสละ. “การทำงานเป็นทีมที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อองค์การและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของพนักงานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์” . วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์.บัณฑิตศึกษาด้านการจัดการมหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2559.

วรพล วรสุวรรณโรจน์. “รูปแบบการทำงานเป็นทีมตามแนวพระพุทธศาสนาของบุคลากรเทศบาลในจังหวัดพิษณุโลก”. วิทยานิพนธ์ศึกษาปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2559.

สร้อยตระกูล (ติวยานนท์) อรรถมานะ. พฤติกรรมองค์การ : ทฤษฎีและการประยุกต์. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2550.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค, 2553.

อมรรัตน์ เสตสุวรรณ. “รูปแบบการทำงานเป็นทีมของนักศึกษาพยาบาล สถาบันการศึกษาพยาบาลของรัฐ”. วิทยานิพนธ์มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2566