การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่ส่งเสริมสมรรถนะครูด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี

Main Article Content

ศักดิ์ดา คำโส

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่ส่งเสริมสมรรถนะครูด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี แบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาองค์ประกอบ สภาพปัจจุบัน ความต้องการจำเป็น คุณลักษณะความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของผู้เรียน และแนวทางการบริหารสถานศึกษาที่ส่งเสริมสมรรถนะครูด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ระยะที่ 2 การสร้างและทดลองใช้รูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่ส่งเสริมสมรรถนะครูด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ระยะที่ 3 การศึกษาผลการใช้รูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่ส่งเสริมสมรรถนะครูด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และระยะที่ 4 การประเมินรับรองรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่ส่งเสริมสมรรถนะครูด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผลการวิจัย พบว่า 1. รูปแบบประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ แนวคิดและทฤษฎี เนื้อหา การวัดและประเมินผล และเงื่อนไขความสำเร็จ ผู้ทรงคุณวุฒิมีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสม 2. สมรรถนะครูด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2. คุณลักษณะความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของผู้เรียน พบว่า กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มีร้อยละค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงสุด โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยผลงานที่ได้รับรางวัลระดับชาติของผู้เรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี จำนวน 4 รางวัล และระดับนานาชาติ จำนวน 8 รางวัล และความพึงพอใจของรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและครูที่มีต่อรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่ส่งเสริมสมรรถนะครูด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 3. ผลการประเมินรับรองรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่ส่งเสริม สมรรถนะครูด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ด้านที่มีผลการประเมินรับรองสูงสุด ได้แก่ ด้านความเหมะสม ด้านความเป็นประโยชน์ และด้านความเป็นไปได้ ตามลำดับ และภาพรวมรายด้านทุกด้านผ่านเกณฑ์การประเมิน


คำสำคัญ: การบริหารสถานศึกษา, สมรรถนะครู, เทคโนโลยีดิจิทัล, ความเป็นเลิศ, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
คำโส ศ. . (2026). การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่ส่งเสริมสมรรถนะครูด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี. วารสารครุศาสตร์ปัญญา, 5(2), 369–385. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/IEJ/article/view/293103
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กณิชชา ศิริศักดิ์. (2563). การพัฒนาสมรรถนะครูด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 21(2), 1-15.

จิณณวัตร ปะโคทัง. (2561). ข้อเสนอการจัดการศึกษาในยุคดิจิทัล. วารสารการศึกษา, 29(2), 45-58.

ฐิตินาฏ ปังศรีวงศ์. (2567). ความต้องการจำเป็นและแนวทางการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, 14(1), 203-218.

ณัฐิกานต์ ปังศรีวงศ์. (2563). การพัฒนาทักษะด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการจัดการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของครูโรงเรียนตลาดหนองหวาย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี, 12(2), 87-102.

พีระวัตร จันทกูล และฉลอง ชาตรูประชีวิน. (2560). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย นเรศวร, 19(4), 225-240.

พงษ์พัชรินทร พุธวัฒนะ. (2566). การพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลของครูในศตวรรษที่ 21: แนวทางและความท้าทาย. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่น, 5(3), 145-160.

ทรรศนีย์ วงค์คำอนุชา, กอนพ่วง สถิรพร, เชาวน์ชัย และปกรณ์ ประจันบาน. (2567). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูของโครงการผลิตครูระบบปิด. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์, 26(1), 256-273.

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี. (2567). รายงานประจำปีการศึกษา 2567. โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี.

ศิริชัย กาญจนวาสี. (2557). ทฤษฎีการประเมิน (ระบุครั้งที่พิมพ์). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ศศิวิมล ม่วงกล่ำ. (2562). การวิเคราะห์องค์ประกอบความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของครู. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์, 20(1), 89-103.

สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579. กรุงเทพฯ:

สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.กรุงเทพฯ: บริษัทพริกหวาน กราฟฟิค จํากัด.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2563). ผลการประเมิน PISA 2018: นักเรียนไทยวัย

ปี รู้และทำอะไรได้บ้าง. ออนไลน์. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563. แหล่งที่มา: https://pisathailand.ipst.ac.th/issue-2019-48/

สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. (2565). กรอบสมรรถนะดิจิทัลสำหรับครูไทย. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.คู่มือการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัล (Digital Competency) สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา,กระทรวงศึกษาธิการ.

สิริณัฏฐ์ ลิมป์จำนงค์. (2566). องค์ประกอบสมรรถนะครูด้านเทคโนโลยีดิจิทัล. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 17(1), 45-62.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). คู่มือการประเมินคุณภาพตามมาตรฐาน

การศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.

เสาวลักษณ์ จีนเมือง จิรศักดิ์ แซ่โค้ว และญาณิศา บุญจิตร์ (2567).การพัฒนาสมรรถนะครูด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของ โรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3. วารสาร วิจัยวิชาการ, 7(5), 207–224. https://doi.org/10.14456/jra.2024.95

Anderson, L. W., & Krathwohl, D. R. (Eds.). (2001).A taxonomy for learning, teaching, and assessing: A revision of Bloom's taxonomy of educational objectives*. Longman.

Bloom, B. S., Engelhart, M. D., Furst, E. J., Hill, W. H., & Krathwohl, D. R. (1956). Taxonomy of educational objectives: The classification of educational goals, Handbook I: Cognitive domain. David McKay.

Boonchai, W. (2021).Digital competence framework for Thai science teachers: Development and validation. Journal of Educational Technology Development and Exchange, 14(2), 45-62.

Dweck, C. S. (2018). Mindset: The new psychology of success (Updated ed.). Ballantine Books.

Ertmer, P. A., & Ottenbreit-Leftwich, A. T. (2010). Teacher technology change: How knowledge, confidence, beliefs, and culture intersect. Journal of Research on Technology in Education, 42(3), 255-284.

Finn, S. E., & Tonsager, M. E. (1997). Information-gathering and therapeutic models of assessment: Complementary paradigms. Psychological Assessment, 9(4), 374–385. https://doi.org/10.1037/1040-3590.9.4.374

Shulman, L. S. (1986). Those who understand: Knowledge growth in teaching. Educational Researcher, 15(2), 4-14.

Smith, J. and Johnson, A. (2021) Factors Contributing to General Wellbeing: A Com-prehensive Review. Journal of Wellbeing Studies, 15, 45-62.

Koehler, M. J., & Mishra, P. (2009). What is technological pedagogical content knowledge. Contemporary Issues in Technology and Teacher Education, 9(1), 60-70.

National Science Foundation. (2020). Investing in science, engineering, and education for the nation's future. NSF Strategic Plan for FY 2018-2022. NSF.

National Research Council (2021). Developing assessments for the Next Generation Science Standards. The National Academies Press. https://doi.org/10.17226/18409

Voogt, J., & McKenney, S. (2017). TPACK in teacher education. Technology, Pedagogy and Education, 26(1), 69-83.

UNESCO. (2018). UNESCO ICT competency framework for teachers. UNESCO Publishing.

UNESCO. (2021). UNESCO strategy on technological innovation in education (2022-2025). UNESCO Publishing. https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000375776.

World Economic Forum. (2020). The future of jobs report 2020. World Economic Forum.

Redecker, C., & Punie, Y. (2017). European framework for the digital competence of educators. Publications Office of the European Union.

Mishra, P., & Koehler, M. J. (2006). Technological pedagogical content knowledge: A framework for teacher knowledge. Teachers College Record, 108(6), 1017-1054.

Partnership for 21st Century Learning. (2019). Framework for 21st century learning. Battelle for Kids.