การบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียน

Main Article Content

พิชชานันท์ ศิรธนากุลพันธ์
ประมุข ชูสอน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคัน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุดรธานี  จำนวน 63 โรงเรียน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา และครูจำนวน 333 คน โดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือแบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.964  และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น () ผลการวิจัย พบว่า สภาพปัจจุบัน ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนการสอน และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ ด้านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือสภาพที่พึงประสงค์ ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และส่วนด้านที่มีมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ด้านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ค่าดัชนีความต้องการจำเป็นของการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียน ด้านที่มีลำดับความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ ด้านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (PNIModified = 0.175) รองลงมาคือ ด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ( PNIModified = 0.171) และลำดับความต้องการจำเป็นต่ำที่สุดคือ ด้านการปรับเปลี่ยน รูปแบบการจัดการเรียนการสอน (PNIModified= 0.163)


คำสำคัญ: การบริหารสถานศึกษา, การลดอัตราการออกกลางคัน, การออกกลางคันของนักเรียน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ศิรธนากุลพันธ์ พ. . ., & ชูสอน ป. . . (2026). การบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียน. วารสารครุศาสตร์ปัญญา, 5(4), 1–10. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/IEJ/article/view/293857
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กานต์ชนก ทองมา และพิกุล ภูมิโคกรักษ์. (2567). รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออก

กลางคันของนักเรียนโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลยเขต 2.

วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา, 15(1), 211–223.

กัญชลารักษ์ ทีปกากร. (2566). แนวทางการพัฒนาบทบาทผู้บริหารสถานศึกษาด้านการบริหารทรัพยากร

ทางการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา.วารสารวิชาการครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา, 5(2), 88-102.

กรมสุขภาพจิต. (2564). คู่มือระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน: การคัดกรองและช่วยเหลือเบื้องต้น. นนทบุรี:

กระทรวงสาธารณสุข.

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา. (2567). รายงานสถานการณ์เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาและ

แนวทางการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่. กสศ.

ไกรยส ภัทราวาท. (2565). ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและเด็กนอกระบบ. กองทุนเพื่อความเสมอภาค

ทางการศึกษา.

จันทรัศม์ ภูติรัตน์. (2566). การบริหารจัดการการศึกษาแบบมีส่วนร่วมเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา.

โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ธัญญา ดำริวิเศษ และคณะ. (2567). การบริหารสถานศึกษาเชิงระบบผ่านกระบวนการชุมชนการเรียนรู้

ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครูและลดความเสี่ยงในการออกกลางคัน

ของนักเรียน. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย, 6(1), 121-136

ปานกมล ทินบุตร และคณะ. (2565). แนวทางการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของ

นักเรียนในยุคดิจิทัล. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์, 23(1), 45-60.

มณฑาทิพย์ นามนุ. (2561). ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่

การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรี).

สมพงษ์ จิตระดับ. (2565). การแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาในภาวะวิกฤตความเหลื่อมล้ำ.

กรุงเทพฯ: กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.).

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน ปีงบประมาณ

พ.ศ. 2566. กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). แนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย "เรียนดี มีความสุข"

ของกระทรวงศึกษาธิการ. กระทรวงศึกษาธิการ.

CourseApp Research Team. (2024). Understanding the dropout rate in education: Causes and

solutions. CourseApp.

Kurian, A., et al. (2023). School dropouts: Reasons and prospective solutions – teachers’ perspective. International Journal of Creative Research Thoughts, 11(3), b882–b888.