รูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลสำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินความต้องการจำเป็นในการบริหารจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลสำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษา 2) สร้างรูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลสำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษา และ 3) ประเมินรูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลสำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษา โดยใช้การวิจัยแบบผสมผสานวิธีแบบพหุระยะ ระยะที่ 1 กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาในภาคเหนือ จำนวน214 คน ด้วยแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ที่มีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาระหว่าง 0.80-1.00 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ .97 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เทคนิคการจัดลำดับความต้องการจำเป็น และการวิเคราะห์เนื้อหาจากการสัมภาษณ์ ระยะที่ 2 ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน ตรวจสอบการสร้างรูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลสำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษา ระยะที่ 3 ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ประเมินรูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลสำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษา ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการจำเป็นในการบริหารจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลสำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษาโดยรวมมีความต้องการจำเป็นเร่งด่วนในระดับมากที่สุด (PNImodified = 0.20) 2) รูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลสำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษา ประกอบด้วย 1) หลักการ ส่งเสริมการปรับตัวและนวัตกรรม 2) วัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้และเตรียมผู้เรียนให้พร้อมสู่ยุคดิจิทัล 3) แนวทางการบริหารจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล 5 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) การเรียนรู้และพัฒนาตนเองของบุคลากร
(2) การใช้งานสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (3) การเข้าใจบริบทของวิชาและเนื้อหาโดยรวม (4) การสอนโดยใช้เทคนิคที่หลากหลาย (5) การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ 4) กระบวนการบริหาร P-O-L-C เพื่อให้บรรลุผล 5) ผลลัพธ์ ด้านประสิทธิภาพการบริหารจัดการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพการศึกษา 3) ผลการประเมินด้านความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก
คำสำคัญ: รูปแบบ, การบริหารจัดการเรียนรู้, ยุคดิจิทัล
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
จิติมา วรรณศรี. (2564). การบริหารจัดการศึกษายุคดิจิทัล. พิษณุโลก: รัตนสุวรรณการพิมพ์.
ฉัตรชัย หวังมีจงมี, และองอาจ นัยพัฒน์. (2560). สมรรถนะของครูไทยในศตวรรษที่ 21: ปรับการเรียนเปลี่ยนสมรรถนะ.สถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,12(2), 47-63.
ชัชชญา พีระธรณิศร์. (2563). ความท้าทายการจัดการศึกษาในยุค Disruptive Change ของผู้บริหารสถานศึกษา. ศึกษาศาสตร์สาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 4(2), 126-139.
ทิศนา แขมมณี. (2557). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 18). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประกอบ ตันมูล. (2559). การพัฒนารูปแบบการบริหารการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลด้านวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สกลนคร เขต 1 (ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏ สกลนคร.
ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. (2553). การบริหารงานวิชาการ. กรุงเทพฯ: ศูนย์สื่อเสริมกรุงเทพ.
ปัณณทัต กาญจนะวสิต. (2561). โลกยุค 4.0. สืบค้น 20 เมษายน 2563, http://www.dsdw2016.dsdw.go.th/doc_pr/ndc_2560-2561/8455m.html
พระราชวุธ ปญฺญาวชิโร. (2561). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล ตามหลักสัปปุริสธรรม 7 โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดขอนแก่น (วิทยานิพนธ์ปริญญา มหาบัณฑิต). อยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. (2557). คู่มือการจัดระบบการเรียน การสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (พิมพ์ครั้งที่ 2). ปทุมธานี: ศูนย์เรียนรู้การผลิตและการจัดการธุรกิจสิ่งพิมพ์ดิจิตอล มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.
มานะ สินธุวงษานนท์. (2562). กลยุทธ์การพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นพลเมืองในศตวรรษที่ 21.วารสารนาคบุตรปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, 11(2), 118-129.
เยาวดี วิบูลย์ศรี. (2545). การวัดผลและการสร้างแบบสอบผลสัมฤทธิ์ (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิจารณ์ พาณิช. (2557). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: ตถาตา พับลิเคชั่น.
วิชัย ประสิทธิวุฒิเวชช์. (2542). การพัฒนาหลักสูตรสานต่อที่ท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: เลิฟแอนด์ลิพ เพรส.
วิรัตน์ เกตุเรือง, สุกัญญา แช่มช้อย, และฉลอง ชาตรูประชีวิน. (2559). รูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับนักเรียน ของโรงเรียนขยายโอกาสขนาดเล็ก. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 19(3), 313-328.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2546). รูปแบบการบริหารจัดการสถาบันอุดมศึกษาแนวใหม่.กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2563). รายงาน เรียนออนไลน์ยุคโควิด-19: วิกฤตหรือโอกาส การศึกษาไทย. กรุงเทพฯ: สืบค้นจาก http://backoffice.onec. go.th/uploads/Book/1779-file.pdf
สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์แห่งชาติ. สืบค้นจาก http://nscr.nesdb.go.th/
สุกัญญา แช่มช้อย. (2560). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. พิษณุโลก: พิษณุโลกดอทคอม.
อมลรดา พุทธินันท์, ธร สุนทรายุทธ, และพงศ์เทพ จิระโร. (2561). รูปแบบการบริหารงานวิชาการ สู่ความเป็นเลิศของโรงเรียน สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารราชนครินทร์, 15(34), 31-37.
Baglama, B., Evcimen, E., Altinay, F., Sharma, R.C., Tlili, A., Altinay, Z., … Celebi, M. (2022). Analysis of digital leadership in school management and accessibility of nimation-designed game-based learning for sustainability of education for children with special needs. Sustainability, 14, 1-12.
Creswell, J. W., & Creswell, J. D. (2022). A Concise Introdution to Mixed Methods Research (2nd ed.). SAGE Publications.
Good, C.V. (1975). Dictionary of education. New York: McGraw-Hill.
Hills, P.J.A. (1982). Dictionary of education. London: Routledge & Kegan Payi.
Moore, K.D. (1992). Classroom teaching skills (2nd ed.). New York: McGraw-Hill.
Napate, S., Maity, P., & Baheti, P. (2020). Digital transformation of management education. American International Journal of Business Management, 3(9), 19-23.
Smith, R., & Lynch, D. (2010). Rethinking teacher education: Teacher education in the knowledge age. Sydney: AACLM.
Yusuf, H. (2019). Education management in the age of digitality and social media: Exploring the utilization of digitality and social media to improve the management of further education from a methodological perspective (Master’s thesis). U.S.A.: The University of Boston.