การสร้างชุดการสอนหลักการแต่งเพลงเบื้องต้นโดยใช้สำเนียงเพลงพื้นบ้านภาคใต้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีพัทลุง จังหวัดพัทลุง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อสร้างชุดการสอนหลักการแต่งเพลงเบื้องต้นโดยใช้สำเนียงเพลงพื้นบ้านภาคใต้ 2) เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดการสอนหลักการแต่งเพลงเบื้องต้นโดยใช้สำเนียงเพลงพื้นบ้านภาคใต้ ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียนจากชุดการสอนหลักการแต่งเพลงเบื้องต้นโดยใช้สำเนียงเพลงพื้นบ้านภาคใต้ กลุ่มเป้าหมายของการวิจัย เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนสตรีพัทลุง อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง จำนวน 30 คน ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนที่เลือกเรียนรายวิชาเพิ่มเติม Song Writing โดยการเลือกแบบเจาะจง การวิจัยนี้ ใช้ระยะเวลาจำนวน 5 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1)แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ เรื่องการประพันธ์บทเพลง จำนวน 4 แผน 2) ชุดการสอน 3) แบบทดสอบ การเก็บรวบรวมข้อมูล แบบทดสอบก่อนเรียน ดำเนินการทดลองตามแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชุดการสอน แบบทดสอบระหว่างเรียน และทดสอบด้วยแบบทดสอบหลังเรียน ผลการวิจัย พบว่า 1) ชุดการสอน มีผลพิจารณาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) คิดเป็นค่าเฉลี่ย 0.90 2) ชุดการสอน มีประสิทธิภาพ 80.17/93.20 เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังจากใช้ชุดการสอนของนักเรียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
คำสำคัญ: หลักการแต่งเพลงเบื้องต้น, สำเนียงเพลงพื้นบ้านภาคใต้, ดนตรีศึกษา, ดนตรีพื้นบ้าน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2542). เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา. สำนักพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์.
ณรุทธ์ สุทธจิตต์. (2540). กิจกรรมดนตรีสำหรับครู. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณรุทธ์ สุทธจิตต์. (2541). จิตวิทยาการสอนดนตรี. โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณรุทธ์ สุทธจิตต์. (2566). ดนตรีศึกษา:หลักการและสาระสำคัญ. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธีรภัทร์ สุขสบาย. (2560). การพัฒนาชุดการสอนรายวิชาการสอนการเขียนภาษาไทยสำหรับนิสิต ปริญญาตรีชั้นปีที่ 4 คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา. Journal of Graduate School, Ubon Ratchathani Rajabhat University.
นิยมรัตน์ แตรบรรเลง. (2551). การพัฒนาชุดการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. ครุศาสตร์มหาบัณฑิต การพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
บุญเกื้อ ควรหาเวช. (2543). นวัตกรรมการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 5). เอสอาร์ ปริ้นติ้ง.
บุญวรรณ ยอดสุขประเสริฐ, ณัฐศรัณย์ ทฤษฎิคุณ และ วรินธร สีเสียดงาม. (2568). การสร้างคู่มือการสอนทักษะการขับร้อง เบื้องต้นตามแนวทางของโคดายสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารสหศาสตร์การพัฒนาสังคม. 3(4). 225-242.
พิสิฐ พิริยะภรณ์, วีรชาติ เปรมานนท์. (2567). ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง: สิงคโปร์ซิมโฟนิกแรปโซดีสำหรับวงดุริยางค์เครื่องลม. คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย. วารสารดนตรีรังสิต. 20(1). 1-16.
รัตนะ บัวสนธ์. (2554). การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 2). ริมปิงการพิมพ์.
สุทธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์. (2525). วัฒนธรรมพื้นบ้านแนวปฏิบัติในภาคใต้. สถาบันทักษิณคดีศึกษา สงขลา.
Dulworth, M., & Bordonaro, F. (2005). Corporate Learning: Proven and Practical Guidelines for Building a Sustainable Learning Strategy. Wiley.
Dyndahl, P., Karlsen, S., & Wright, R. (2021). Musical gentrification: Popular music, distinction and social mobility. Taylor & Francis.
Good, C. V. (1973). Dictionary of education (3rded). New York: Mcgraw-Hill Book.
Houlahan, M., & Tacka, P. (2015). Kodály today: A cognitive approach to elementary music education (2nd ed.). Oxford University Press.
Kodaly, Zoltan. (1974). The Selected Writing of Zoltan Kodaly. Budapest: Corvina press.
Larry D. Batiste. (2024). The Art and Business of Songwriting. Oxford University Press 2024. https://doi.org/10.1093/oso/9780199893102.003.0003, 34-46.
Sujachaya, S. (2000). The Study of Folk Music. Bangkok: Chulalongkorn University.