การบูรณาการเทคโนโลยีไขมันและน้ำมันในการพัฒนาหลักสูตร Non-Degree ด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางด้วยการศึกษาที่มุ่งผลลัพธ์: กรณีศึกษาการผลิตลิปสติก
คำสำคัญ:
การศึกษาที่มุ่งผลลัพธ์, Constructive Alignment, เทคโนโลยีไขมันและน้ำมัน, ลิปสติก, หลักสูตร Non-Degreeบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและทดลองใช้หลักสูตรระยะสั้นแบบ Non-Degree เรื่อง “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีไขมันและน้ำมันในวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง: กรณีศึกษาการผลิตลิปสติกเบื้องต้น” โดยประยุกต์แนวคิด Outcome-Based Education (OBE) และ Constructive Alignment กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้เรียนสายวิทยาศาสตร์อายุ 15–25 ปี จำนวน 55 คน แบ่งเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 27 คน และนักศึกษาระดับปริญญาตรี 28 คน หลักสูตรมีระยะเวลา 6 ชั่วโมง ประกอบด้วยการเรียนภาคทฤษฎี กิจกรรมกรณีศึกษาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และการฝึกปฏิบัติผลิตผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 4 ประเภท ได้แก่ ลิปบาล์ม ลิปสติก ลิปสครับ และลิปกลอส การประเมินผลประกอบด้วยแบบทดสอบก่อนเรียน การประเมินระหว่างเรียน และ analytic rubric แบบผ่าน/ไม่ผ่าน ผลการวิจัยพบว่า คะแนนก่อนเรียนเฉลี่ยรวมเท่ากับ 71.78 ± 14.16% และผู้เรียนทั้งสองกลุ่มผ่านเกณฑ์รวมของผลิตภัณฑ์ครบ 100% ทุกประเภท สำหรับเกณฑ์สำคัญ กลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายผ่านเกณฑ์ของลิปบาล์มและลิปสครับ 100% ลิปสติก 92.59% และลิปกลอส 77.78% ส่วนกลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาตรีผ่านเกณฑ์ของลิปบาล์ม ลิปสครับ และลิปกลอส 100% และลิปสติก 96.43% ผู้เรียนมีความพึงพอใจในระดับมากถึงมากที่สุดทุกด้าน โดยกลุ่มนักศึกษาให้คะแนนด้านเนื้อหาและการสอน แรงบันดาลใจจากกรณีศึกษา ประโยชน์ที่ได้รับ และคะแนนรวมสูงกว่ากลุ่มนักเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ขณะที่ด้านกระบวนการปฏิบัติไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.473) โดยสรุป หลักสูตรที่ออกแบบตามแนวคิด OBE และ Constructive Alignment สามารถส่งเสริมสมรรถนะเชิงปฏิบัติของผู้เรียนต่างช่วงวัยได้อย่างมีประสิทธิผล และควรพัฒนาแนวปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOPs) สำหรับควบคุมกระบวนการผลิตลิปสติกและลิปกลอสอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับการผ่านเกณฑ์สำคัญของผลิตภัณฑ์
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. (2565). University Campus ของสถาบันอุดมศึกษาไทยในอนาคต, กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, หน้า 1–26.
ศักรินทร ภูมิรัตน์ และ สันติ เจริญพรพัฒนา. (2568). มุมมองด้านการปรับตัวของมหาวิทยาลัยภายใต้การปฏิรูประบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม: นัยต่อคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี, วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้และเทคโนโลยี, vol. 1(1), มกราคม 2568, หน้า 1–8.
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ. (2566). ระบบอุดมศึกษาไทยในบริบทของประเทศพัฒนาแล้ว ฉบับที่ 1: การผลิตและพัฒนากำลังคนตามความต้องการของประเทศ, กรุงเทพฯ: สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ, หน้า 1–90.
Kamairudin, N., Gani, S.S.A., Masoumi, H.R.F. and Hashim, P. (2014). Optimization of natural lipstick formulation based on pitaya (Hylocereus polyrhizus) seed oil using D-optimal mixture experimental design, Molecules, vol. 19(10), October 2014, pp. 16672–16683.
Mawazi, S.M., Azreen Redzal, N.A.B., Othman, N. and Alolayan, S.O. (2022). Lipsticks history, formulations, and production: A narrative review, Cosmetics, vol. 9(1), February 2022, pp. 1–19.
de Clermont-Gallerande, H. (2020). Functional roles of lipids in make-up products, OCL, vol. 27, July 2020, pp. 1–13.
de Clermont-Gallerande, H., Abidh, S., Lauer, A., Navarro, S., Cuvelier, G. and Delarue, J. (2018). Relations between the sensory properties and fat ingredients of lipsticks, OCL, vol. 25(5), September 2018, pp. 1–10.
Krungthai Compass. (2568). อัปเดตการบริโภคเครื่องสำอางในประเทศไทย, [Online]. Available: https://www.settrade.com/th/news-and-articles/articles/587-krungthai-compass-cosmetic-consump-update, Accessed on 19/02/2569.
Euromonitor International (2024). Ingredients over brands — Consumers in APAC pay more for beauty products with scientific formulations, [Online]. Available: https://www.euromonitor.com/, Accessed on 19/02/2026.
McKinsey & Company. (2025). The State of Fashion: Beauty (Volume 2), [Online]. Available: https://www.mckinsey.com/. Accessed on 19/02/2026.
Freeman, S., Eddy, S.L., McDonough, M., Smith, M.K., Okoroafor, N., Jordt, H. and Wenderoth, M.P. (2014). Active learning increases student performance in science, engineering, and mathematics, Proceedings of the National Academy of Sciences of the United States of America, vol. 111(23), June 2014, pp. 8410–8415.
Yardley, S., Teunissen, P.W. and Dornan, T. (2012). Experiential learning: Transforming theory into practice, Medical Teacher, vol. 34(2), February 2012, pp.161–164.
Wheelahan, L. and Moodie, G. (2021). Analysing micro-credentials in higher education: A Bernsteinian analysis, Journal of Curriculum Studies, vol. 53(2), March 2021, pp. 212–228.
สุภาวดี วงค์แดง. (2567). การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักการศึกษาแบบมุ่งเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ (OBE), วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, vol. 18(1), มกราคม 2567, หน้า 234–251.
ETS. (2022). OBEM คืออะไร, [Online]. Available: https://support.leb2.org/hc/th/articles/900001790526-OBEM. Accessed on 16/09/2568.
พิเชษฐ์ พินิจ, อนุศิษฏ์ อันมานะตระกูล และ เอกรัตน์ รวยรวย. (2566). การรู้การประเมิน: การประเมินความก้าวหน้าในการเรียนรู้และการกำหนดเกรดที่ถูกต้องและเป็นธรรมตามแนวคิดการจัดการศึกษาแบบเน้นผลลัพธ์, วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้และเทคโนโลยี, vol. 3(2), กรกฎาคม 2566, หน้า 1–15.
ชาญชัย อัตเนตร์. (2566). การศึกษาที่มุ่งผลลัพธ์ของสาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม, ใน การประชุมวิชาการระดับชาติครั้งที่ 15 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม, โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี จังหวัดนครปฐม, หน้า 1610-1618.
Tshai, K.Y., Ho, J.H., Yap, E.H. and Ng, H.K. (2014). Outcome-based education – The assessment of programme educational objectives for an engineering undergraduate degree, Engineering Education, vol. 9(1), June 2014, pp. 74–85.
Prihantoro, C.R. (2020). Vocational high school readiness for applying curriculum outcome based education (OBE) in industrial 4.0 era, International Journal of Curriculum and Instruction, vol. 12(1), January 2020, pp. 17–31.
Biggs, J. (1996). Enhancing teaching through constructive alignment, Higher Education, vol. 32(3), October 1996, pp. 347–364.
Allen, D. and Tanner, K. (2006). Rubrics: Tools for making learning goals and evaluation criteria explicit for both teachers and learners, CBE—Life Sciences Education, vol. 5(3), Fall 2006, pp. 197–203.
Kolb, D. (1984). Experiential Learning: Experience as the Source of Learning and Development, Prentice-Hall, New Jersey.
Morris, T.H. (2020). Experiential learning – A systematic review and revision of Kolb’s model, Interactive Learning Environments, vol. 28(8), November 2020, pp. 1064–1077.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้และเทคโนโลยี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
จริยธรรมในการตีพิมพ์บทความ
- กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์พิจารณาบทความที่มีรูปแบบและคุณสมบัติที่ครบถ้วนตามข้อกำหนดเท่านั้น หากบทความนั้นไม่ตรงตามข้อกำหนด กองบรรณาธิการฯ มีสิทธิ์ในการปฏิเสธลงตีพิมพ์
- ในการขอหนังสือตอบรับการตีพิมพ์ กองบรรณาธิการฯจะออกให้ในกรณีที่บทความนั้นพร้อมที่จะลงตีพิมพ์โดยไม่มีเงื่อนไขเท่านั้น
- การพิจารณาบทความ (Peer review) ของวารสารนวัตกรรมการเรียนรู้และเทคโนโลยีถือเป็นที่สิ้นสุด ผลงานวิชาการอาจไม่ได้ลงตีพิมพ์ในเล่มที่กำหนดไว้จนกว่าจะผ่านการพิจารณาบทความ (Peer Review) และพร้อมจะลงตีพิมพ์เผยแพร่แล้วเท่านั้น
- งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมของการวิจัยในมนุษย์และสัตว์จะต้องผ่านการประเมินโดยกรรมการจริยธรรมของต้นสังกัด
- บทความที่ส่งมาต้องไม่เคยเผยแพร่ในสิ่งพิมพ์อื่นใดมาก่อน และต้องไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร JLIT