การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะการมีงานทำของบัณฑิตสาขาครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงใหม่
คำสำคัญ:
ปัจจัยที่ส่งผล, การมีงานทำ, สาขาครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะการมีงานทำของบัณฑิตสาขาครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี โดยพิจารณาปัจจัย 3 ด้าน ได้แก่ ด้านสถาบันการศึกษา ด้านสมรรถนะของบัณฑิต และด้านผู้ใช้บัณฑิต/ศิษย์เก่า กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ ผู้สำเร็จการศึกษาในระหว่างปี พ.ศ. 2562-2566 จำนวน 292 คน ซึ่งกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างของ เครจซี่ และมอร์แกน และใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้วิจัยคือ แบบสอบถามมีค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s Alpha) เท่ากับ 0.98 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า ตัวแปรที่มีอิทธิพลภาวะการมีงานทำของบัณฑิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ได้แก่ ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย การสร้างเครือข่ายกับสถานประกอบการ ระยะเวลาการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และการประยุกต์ใช้ความรู้สหสาขาวิชา โดยมีค่าประสัมประสิทธิ์พหุคูณ เท่ากับ 0.785 และสามารถอธิบายถึงความแปรปรวนของภาวะการมีงานทำของบัณฑิตได้ร้อยละ 61.62 นอกจากนี้ยังพบว่า ทักษะการสื่อสารมีอิทธิพลต่อภาวะการมีงานทำในระดับต่ำแต่ยังคงมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่เครือข่ายศิษย์เก่ามีความสัมพันธ์กับภาวะการมีงานทำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้น สถาบันการศึกษาควรให้ความสำคัญกับพัฒนาระบบฝึกประสบการณ์วิชาชีพให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมทักษะการสื่อสารของบัณฑิต และสนับสนุนการสร้างเครือข่ายศิษย์เก่าให้เข้มแข็ง เพื่อเป็นกลไกในการเชื่อมโยงบัณฑิตกับตลาดแรงงาน อันจะเพิ่มโอกาสในการมีงานทำของบัณฑิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2567). รายงานการวิจัย เรื่องการศึกษาแนวทางการผลิตบัณฑิตที่มีสมรรถนะสูงเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา. (2566). รายงานผลการติดตามภาวะการมีงานทำของบัณฑิต (Graduate Tracer Study), [ระบบออนไลน์], แหล่งที่มา https://ejobs. rmutl.ac.th/information?utm_source=chatgpt.com เข้าดูเมื่อวันที่ 13/03/2569.
สุภาพร ศรีสุวรรณ. (2563). ปัจจัยที่มีผลต่อการมีงานทำของบัณฑิตระดับอุดมศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Harvey, L. (2001). Defining and measuring employability. Quality in Higher Education, vol. 7(2), July 2001, pp. 97-109.
Yorke, M. (2006). Employability in higher education: What it is - What it is not. York: Higher Education Academy.
Becker, G. S. (1993). Human capital: A theoretical and empirical analysis, with special reference to education, 3rd ed, Chicago, IL, USA: University of Chicago Press.
Boyatzis, R. E. (1982). The competent manager: A model for effective performance. New York, NY, USA: John Wiley & Sons.
Coleman, J. S. (1988). Social capital in the creation of human capital. American Journal of Sociology. Vol.94, suppl., pp. 95 - 120, URL: https://bebr.ufl.edu/sites/default/files/Coleman%20J.%20%281988%29% 20Social% 20Capital%20in%20the%20Cration%20of%20Human%20Capital.pdf?utm_source =chatgpt.com, accessed on 06/08/2025.
Jovanovic, B. (1979). Job matching and the theory of turnover, Journal of Political Economy, vol. 87(5) Part 1, October 1979, pp. 972-990.
Mortensen, D. T. (1988). Matching: Finding a partner for life or otherwise, American Journal of Sociology, vol. 94, Supplement, January 1988, pp. 215-240.
สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน. (2568). รายงานข้อมูลนักศึกษาสาขาครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่สำเร็จการศึกษาระหว่างปีการศึกษา 2562-2566 ในทุกเขตพื้นที่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงใหม่.
Krejcie, R. V. & Morgan, D.W. (1970). Determining sample size for research activities, Educational and Psychological Measurement, vol. 30(3), September 1970, pp. 607-610.
Likert, R. (1961). New patterns of management. New York, USA: McGraw-Hill Book Company.
Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing, 5thed. New York, USA: Harper & Row.
สุนิสา ช่อแก้ว และ ศรัญญา ปานเจริญ. (2565). โลกของการทำงานกับความสามารถในการมีงานทำของว่าที่บัณฑิตจบใหม่เจเนอเรชันแซด, วารสารวิจัย มข. สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (ฉบับบัณฑิตศึกษา), ปีที่ 10 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สิงหาคม 2565), หน้า 172-184.
ธีรพจน์ ภูริโสภณ และ ยุวเรศ หลุดพา. (2568). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีงานทำของบัณฑิตสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, วารสารการบริหารการจัดการและการพัฒนาที่ยั่งยืน สมาคมขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต, ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (เมษายน-มิถุนายน 2568), หน้า 408-418.
พิณรัตน์ นุชโพธิ์ และ ศุภศิว์ สุวรรณเกสร. (2560). การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกของปัจจัยด้านคุณภาพหลักสูตรทีส่งผลต่อภาวะการมีงานทํา: กรณีศึกษาบัณฑิตสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม. วารสารปาริชาต มหาวิทยาลัยทักษิณ ฉบับพิเศษ 2560, ปีที่ 30 ฉบับพิเศษ (พฤษภาคม 2560), หน้า 74-85.
ชัยพร รองทอง และ ตติยา พนมวัน ณ อยุธยา. (2564). แนวทางการสร้างความผูกพันของศิษย์เก่า คณะสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. วารสารสหศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, ปีที่ 21 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2564), หน้า 46-61.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้และเทคโนโลยี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
จริยธรรมในการตีพิมพ์บทความ
- กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์พิจารณาบทความที่มีรูปแบบและคุณสมบัติที่ครบถ้วนตามข้อกำหนดเท่านั้น หากบทความนั้นไม่ตรงตามข้อกำหนด กองบรรณาธิการฯ มีสิทธิ์ในการปฏิเสธลงตีพิมพ์
- ในการขอหนังสือตอบรับการตีพิมพ์ กองบรรณาธิการฯจะออกให้ในกรณีที่บทความนั้นพร้อมที่จะลงตีพิมพ์โดยไม่มีเงื่อนไขเท่านั้น
- การพิจารณาบทความ (Peer review) ของวารสารนวัตกรรมการเรียนรู้และเทคโนโลยีถือเป็นที่สิ้นสุด ผลงานวิชาการอาจไม่ได้ลงตีพิมพ์ในเล่มที่กำหนดไว้จนกว่าจะผ่านการพิจารณาบทความ (Peer Review) และพร้อมจะลงตีพิมพ์เผยแพร่แล้วเท่านั้น
- งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมของการวิจัยในมนุษย์และสัตว์จะต้องผ่านการประเมินโดยกรรมการจริยธรรมของต้นสังกัด
- บทความที่ส่งมาต้องไม่เคยเผยแพร่ในสิ่งพิมพ์อื่นใดมาก่อน และต้องไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร JLIT