ระบบการประเมินทักษะแห่งอนาคตด้วยแนวคิดเสริมพลังสำหรับผู้เรียน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพความต้องการจำเป็นระบบประเมินทักษะแห่งอนาคตด้วยแนวคิดเสริมพลังสำหรับผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) สร้างระบบการประเมินทักษะแห่งอนาคตด้วยแนวคิดเสริมพลังสำหรับผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ 3) ตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของระบบการประเมินทักษะแห่งอนาคตด้วยแนวคิดเสริมพลังสำหรับผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา ประชากร คือ บุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในจังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มตัวอย่างเลือกแบบเจาะจงบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 4 โรงเรียน โรงละ 19 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ เก็บรวบรวมข้อมูล 3 ขั้นตอน 1) ศึกษาสภาพความต้องการจำเป็นระบบการประเมินทักษะแห่งอนาคตด้วยแนวคิดเสริมพลัง 2) สร้างระบบการประเมินทักษะแห่งอนาคตด้วยแนวคิดเสริมพลัง และ 3) ตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของระบบการประเมินทักษะแห่งอนาคตด้วยแนวคิดเสริมพลัง สถิติที่่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพความต้องการจำเป็นระบบดังกล่าวอยู่ในระดับมาก 2) ระบบการประเมินทักษะแห่งอนาคต ด้วยแนวคิดเสริมพลังประกอบด้วย 2.1) ปัจจัยนำเข้า ได้แก่ สภาพแวดล้อม บุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์
การบริหารจัดการ เทคโนโลยีสารสนเทศ แรงจูงใจในการดำเนินงาน 2.2) กระบวนการ ได้แก่ การฝีกอบรม ด้านการประเมินทักษะแห่งอนาคตด้วยแนวคิดเสริมพลัง การนิเทศ ติดตาม ตรวจสอบ การวัดผลประเมินผล การสรุปผล 2.3) ผลผลิต ได้แก่ ผลการประเมินทักษะแห่งอนาคตของผู้เรียนทั้ง 7 ด้าน และ 2.4) ข้อมูลย้อนกลับ และ 3) ผลการตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของระบบการประเมินทักษะแห่งอนาคตด้วยแนวคิดเสริมพลัง พบว่า ระบบการประเมินนี้มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้ในระดับมากที่สุด
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ผ่องศรี แก้วชูเสน และคณะ. (2555). การพัฒนารูปแบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาโดยใช้การประเมินแบบเสริมพลัง สำหรับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี. วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์, 8(22), 1-14.
พิมพร ใจงาม และพรชัย หนูแก้ว. (2557). การประเมินนักเรียนด้านการคิดวิเคราะห์ของผู้บริหารและครูโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3 ตามแนวคิดการ ประเมินแบบเสริมพลัง. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 6(1), 273-284.
เยาวเรศ ภักดีจิตร. (2560). Active Learning กับการพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. นครสวรรค์: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
ศศิธร บัวทอง. (2560). การวัดและประเมินทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการ Veridian E-Journal, 10(2), 1906-2000.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2550). ทฤษฎีการประเมิน. (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
สุวิมล ว่องวาณิช และคณะ. (2556). คู่มือปฏิบัติการครูในการประเมินสู่การเรียนการสอน สำนักงานกองทุน สนับสนุนการวิจัย (สกว.). กรุงเทพมหานคร: บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
Bertalanffy, L. V. (1968). General Systems Theory. New York: George Braziller.
Bigs, C. L. et al. (1980). Managing the systems development process. Engle wood Cliffs, New Jersey: Prentice Hall.
Block, P. (1987). The empowerment manager. San Fancisco: Jossey Bass.
Edwards, P. (1985). System analysis design and development: With structured concepts. New York: Holt Rinehart and Winston.
Fetterman, D. M. (2001). Foundations of Empowerment Evaluation. California: Sage Publication, Inc.
Hoy, W. K. & Miskel, C. G. (2013). Educational Administration. New York: M c Graw- Hill International.
Lunenburg, F. C. & Ornstein, A. O. (2008). Educational Administration Concepts and Practices. Cengage: Wadsworth.
Secret, M. et al. (1999). Empowerment Evaluation. as a Social Work Strategy. Health and Social Work, 24(2), 120-127.
The Partnership for 21st Century Skills. (2009). Framework for 21st Century Learning. Retrieved March 3, 2016, from http://www.p21.org/our-work/p21-framework
Weil, M. O. (1996). Community Building: Building Community Practice. Social Work, 41(5), 481-499.