ผลการใช้การสอนแบบสาธิตร่วมกับเทคนิคสแกมเปอร์ที่มีต่อทักษะการปฏิบัติท่ารำและความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ในวิชานาฏศิลป์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อสร้างและประเมินแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การสอนแบบสาธิตร่วมกับเทคนิคสแกมเปอร์ ในรายวิชานาฏศิลป์ 2) เพื่อศึกษาทักษะการปฏิบัติท่ารำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังใช้การสอนแบบสาธิตร่วมกับเทคนิคสแกมเปอร์ในรายวิชานาฏศิลป์ และ 3) เพื่อศึกษาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนโดยใช้การสอนแบบสาธิตร่วมกับเทคนิคสแกมเปอร์ในรายวิชานาฏศิลป์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 79 (บ้านหนองอาบช้าง) อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้การสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบไปด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ในรายวิชานาฏศิลป์ที่ใช้ขั้นตอนของการสอนสาธิตร่วมกับเทคนิคสแกมเปอร์ แบบประเมินทักษะการปฏิบัติท่ารำ และแบบประเมินความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า แผนการจัดการเรียนรู้ในรายวิชานาฏศิลป์ที่พัฒนาขึ้น โดยใช้ขั้นตอนของการสาธิตร่วมกับเทคนิคสแกมเปอร์ มีค่าความเหมาะสมและความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับ 0.81 สามารถนำไปใช้ได้จริง ผลการประเมินทักษะการปฏิบัติท่ารำมีระดับการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 94.05 แสดงถึงความสามารถในการเรียนรู้และถ่ายทอดท่ารำได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ และผลการประเมินด้านความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ มีระดับการประเมินความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ อยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 87.00 สะท้อนให้เห็นว่าวิธีการสอนส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
ทิศนา แขมมณี. (2553). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 13). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทิศนา แขมมณี. (2556). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 17). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน. (2554). “นาฏศิลป์ ”. (พิมพ์ครั้งที่ 3 แก้ไขปรับปรุง). กรุงเทพมหานคร: อักษรเจริญทัศน์.
วัฒนาพร ระงับทุกข์. (2545). แผนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ วัฒนาพานิช จำกัด.
สุพัตรา สุโพธิ์ธิพัฒน์. (2562). การศึกษาทักษะนาฏศิลป์ไทยและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ระบำ นพรัตน์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้ที่เน้นทักษะปฏิบัติของเดวีส์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD . ใน วิทยานิพนธ์ครุศาตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์.
สุมิตร เทพวงษ์. (2548). นาฏศิลป์ ไทย: นาฏศิลป์ สำหรับครูประถมศึกษา - อุดมศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร์ .
สุวิทย์ มูลคำ. (2551). การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการคิด. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัดภาพพิมพ์.
อินทิรา บุญยาทร. (2549). หลักการสอน. กรุงเทพมหานคร: คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้ายาพระยา.
Eberle, R. F. & Stanish, B. (1996). A resource book for teaching creative problem solving to children. Texas: Prufrock Pres.
Torrance, P. E. (1971). Creative Learning Talent. New York: Macmillan.