กลยุทธ์การเสริมสร้างสัมมาชีพด้วยหลักสัปปุริสธรรม 7 ประการ สำหรับแรงงาน ย้ายถิ่นที่ถูกเลิกจ้างจากสถานการณ์โควิด-19 ของประชน ในภาคอีสานตอนล่าง
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาภายนอกและปัญหาภายใน การนำหลักธรรมสัปปุริสธรรม 7 ไปสร้างรูปแบบกลยุทธ์การเสริมสร้างสัมมาชีพด้วยหลักสัปปุริสธรรม 7 รวมทั้งประยุกต์ใช้ในการเสริมสร้างสัมมาชีพให้กับแรงงานย้ายถิ่นที่ถูกเลิกจ้างจากสถานการณ์โควิด-19 ในภาคอีสานตอนล่าง เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีผ่านระเบียบวิธีวิทยาการวิจัยและพัฒนาเป็นหลัก ใช้กลุ่มตัวอย่างและผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 1,275 คน การวิจัยเชิงปริมาณ ใช้กลุ่มตัวอย่าง 1,200 คน จาก 4 จังหวัด กำหนดโควตาจังหวัดละ 400 คน การวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 75 คน โดยเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้การวิจัยและการเก็บรวบรวมข้อมูล ใช้แบบสอบถามผ่านระบบออนไลน์ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่มแบบอิงผู้เชี่ยวชาญ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Normality Test, Modified Priority Needs Index (PNImodified), Factor Analysis, Multiple Regression Analysis ผลการวิจัยเชิงปริมาณ พบว่า สภาพปัญหาภายนอกและปัญหาภายใน มีความคิดเห็น เกี่ยวกับรูปแบบการเสริมสร้างสัมมาชีพด้วยหลักสัปปุริสธรรม จำนวน 7 ด้าน มีค่าเฉลี่ยระดับมาก ( = 3.57) การนำหลักธรรมสัปปุริสธรรมในทางพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในการสร้างรูปแบบฯ แรงงานมีความต้องการสูงที่สุด คือ ด้านการส่งเสริมอาชีพ (PNImodified = 0.406) และ การนำรูปแบบกลยุทธ์การเสริมสร้างสัมมาชีพ ด้วยหลักสัปปุริสธรรม 7 ไปบูรณาการและประยุกต์ใช้ในการเสริมสร้างสัมมาชีพให้กับแรงงานย้ายถิ่นที่ถูกเลิกจ้าง มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์อย่างมีนัยสำคัญ และสามารถอธิบายความผันแปรได้ถึงร้อยละ 35.8 การเสริมสร้างสัมมาชีพด้วยหลักสัปปุริสธรรมขึ้นอยู่กับการสนับสนุนด้านจิตใจ การพัฒนาทักษะ และการสร้างเครือข่าย
Article Details
เอกสารอ้างอิง
เทพศักดิ์ บุณยรัตพันธุ์. (2550). เอกสารการเรียนรู้การทำวิจัยด้วยตนเอง. (พิมพ์ครั้งที่ 2). นนทบุรี: มหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช.
ธีรวุฒิ เอกะกุล. (2543). ระเบียบวิธีวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. อุบลราชธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2543). พรมแดนความรู้ด้านการวิจัยและสถิติ. ชลบุรี: วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจมหาวิทยาลัยบูรพา.
นงลักษณ์ วิรัชชัย และคณะ. (2541). การสังเคราะห์งานวิจัยทางการศึกษาด้วยการวิเคราะห์อภิมานและการวิเคราะห์เนื้อหา. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการศึกษาแห่งชาติสำนักนายกรัฐมนตรี.
ปังปอนด์ รักอำนวยกิจ และคณะ. (2562). การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เมืองรอง: กรณีศึกษากลุ่มจังหวัดอีสานใต้ ยโสธร ศรีสะเกษ และอำนาจเจริญ. วารสารสังคมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 53(1), 48-72.
พระบุญสม อนาลโย (ศรีสุข) และคณะ. (2565). การศึกษาหลักสัมมาชีพกับการประกอบหัตถกรรมเครื่องเงินในอำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์. Mahachulagajasara Journal, 13(2), 148-164.
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย. (2538). พระไตรปิฎกภาษาไทย พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 6 มัชฌิมนิกายอุปริปัณณาสก์ สัปปุริสสูตร (113). นครปฐม: โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.
ลักษมี แก้ววงศ์ใหญ่ และคณะ. (2565). ชาวบ้านอีสานกับวัฒนธรรมการย้ายถิ่น. Journal of Liberal Arts, Thammasat University, 22(2), 152-178.
ศิริพงศ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา และคณะ. (2562). ความหลากหลายของกลุ่มผู้ย้ายถิ่นในประเทศไทย: มุมมองทางประชากรและสังคม. พัฒนาการเศรษฐกิจปริทรรศน์, 13(2), 85-122.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาสถิติระดับพื้นที่ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2: อุบลราชธานี ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ ยโสธร. เรียกใช้เมื่อ 15 มกราคม 2565 จาก https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/province_group/2023/20231009120021_68137.pdf
สุทินี เสาร์แก้ว และคณะ. (2566). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 201 ของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 12(3), 71-81.
สุภางค์ จันทวานิช. (2547). วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 12). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อาภาภรณ์ สุขหอม และคณะ. (2565). การย้ายถิ่นและวัตถุประสงค์การย้ายถิ่นในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของประชากรแฝงในเขตเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี. NRRU Community Research Journal, 17(1), 1-13.
Krejcie, R. V. & Daryle, W. M. (1970). Determining Sample Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 1970-608.