การพัฒนารูปแบบภาวะผู้นำปรับเปลี่ยนของผู้บริหารสถานศึกษา ในการเสริมสร้างสมรรถนะดิจิทัลของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร

Main Article Content

เกียรติศักดิ์ ชูแก้ว
วีระยุทธ ชาตะกาญจน์
ชูศักดิ์ เอกเพชร

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของภาวะผู้นำปรับเปลี่ยนของผู้บริหารสถานศึกษาในการเสริมสร้างสมรรถนะดิจิทัลของครู 2) พัฒนารูปแบบภาวะผู้นำปรับเปลี่ยนของผู้บริหารสถานศึกษาในการเสริมสร้างสมรรถนะดิจิทัลของครู และ 3) ตรวจสอบรูปแบบภาวะผู้นำปรับเปลี่ยนของผู้บริหารสถานศึกษาในการเสริมสร้างสมรรถนะดิจิทัลของครู การวิจัยนี้ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา โดยใช้วิธีวิทยาการวิจัยแบบผสานวิธี การวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบด้วย การวิเคราะห์เอกสารและงานวิจัย
การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้อำนวยการสถานศึกษา การสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ และการสนทนากลุ่ม ส่วนการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นครู จำนวน 346 คน โดยการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ และแบบสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าความต้องการจำเป็น (PNI) ร่วมกับการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก สภาพที่พึงประสงค์มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น เท่ากับ 0.34 2) ผลจากการพัฒนารูปแบบภาวะผู้นำปรับเปลี่ยนของผู้บริหารสถานศึกษาในการเสริมสร้างสมรรถนะดิจิทัลของครู มี 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 2.1) ชื่อ หลักการ และวัตถุประสงค์ของรูปแบบ 2.2) องค์ประกอบการดำเนินงานของรูปแบบและกระบวนการดำเนินงานของรูปแบบ และ 2.3) เงื่อนไขความสำเร็จ โดยจากการสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า มีความถูกต้องและความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด และ 3) ผลการตรวจสอบรูปแบบจากการสนทนากลุ่ม พบว่า มีความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ชูแก้ว เ., ชาตะกาญจน์ ว., & เอกเพชร ช. (2026). การพัฒนารูปแบบภาวะผู้นำปรับเปลี่ยนของผู้บริหารสถานศึกษา ในการเสริมสร้างสมรรถนะดิจิทัลของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 10(7), 1–18. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/295243
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กเฌอ วรรณประเสริฐ และอภิรดี จริยารังสีโรจน์. (2566). ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาครู โรงเรียนโพธิสารพิทยากร ตามแนวคิดภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยน. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ฯ, 10(3), 234-246.

กณิชชา ศิริศักดิ์. (2563). การวิเคราะห์องค์ประกอบสมรรถนะดิจิทัลสำหรับครู. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา, 15(2), 1-11.

กิตติพศ โกนสันเทียะ. (2565). การประเมินความต้องการจําเป็นในการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลของครู วิทยาศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี. วารสารราชนครินทร์, 19(1), 9-16.

ชฎาพร เธียรศิริพิพัฒน์ และคณะ. (2566). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะด้านดิจิทัลของครูระดับมัธยมศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารการบริหารและสังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 7(1), 349-358.

ณฐภัทร อินทรปรีดา. (2565). ภาวะผู้นำปรับเปลี่ยนเพื่อเสริมสร้างการบริหารจัดการงานในโลกแห่งความผันผวน. วารสารราชพฤกษ์, 20(2), 16-28.

ณัฏฐามณี พุทธกุลหิรัญเมธา. (2565). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ในเขตภาคเหนือ. ใน ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.

ธนบดี สอนสระคู. (2564). โปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะการรู้ดิจิทัลของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์. ใน วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ธนบัตร กองแก้ว และสิทธิชัย สอนสุภี. (2566). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยนของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย. วารสารศึกษิตาลัย, 4(3), 71-84.

พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2554). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพมหานคร: เฮ้าส์ ออฟ เคอร์มิสท์.

ภัทราพร เยาวรัตน์. (2565). การศึกษาสมรรถนะและแนวทางการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลของครูในสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1. ใน สารนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

วิชัย วงษ์ใหญ่ และมารุต พัฒผล. (2564). สมรรถนะดิจิทัล. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้.

ศศิวิมล ม่วงกล่ำ. (2562). การวิเคราะห์องค์ประกอบด้านความสามารถทางดิจิทัลของครูและบุคลากรทางการศึกษา จังหวัดสระบุรี. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

ศานตมล แสงพล. (2562). การวิเคราะห์องค์ประกอบภาวะผู้นำแบบปรับเปลี่ยนของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี. วารสารปัญญาภิวัฒน์, 11(2), 229-243.

ศิริพงษ์ กลั่นไพฑูรย์. (2564). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. ใน ดุษฎีนิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2564). (ร่าง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

สุกิจ อัครมหาเสนาวงศ์ และคณะ. (2565). แนวทางการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาสมรรถนะครูด้านดิจิทัล ในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก. Journal of Modern Learning Development, 7(2), 1-18.

Albano, C. (2005). What is Adaptive Leadership. Retrieved February 17, 2018, from http://www.self growth.com/articles/calbano.html

Bagwell, J. (2020). Leading Through a Pandemic: Adaptive Leadership and Purposeful Action. Journal of School Administration Research and Development, 5(S1), 30-34. https://doi.org/10.32674/jsard.v5iS1.2781.

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. EDUCATIONAL AND PSYCHOLOGICAL MEASUREMENT, 30(3), 607-610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308.

Nastanski, M. (2002). Managing complexity: An adaptive systems approach. In A Doctoral Dissertation in Business Administration. University of Sarasota.

Sims, B. D. (2009). Complexity, Adaptive Leadership, Phase Transitions and New emergent order: A case study of the Northwest Texas Conference of the United Methodist church. America: School of Global Leadership & Entrepreneurship Regent University.

Yukl, G. & Mahsud, R. (2010). Why flexible and adaptive leadership is essential. Consulting Psychology Journal: Practice and Research, 62(2), 81-93. https://doi.org/10.1037/a0019835.