การพัฒนารูปแบบการออกกำลังกายโดยใช้เก้าอี้ประกอบดนตรีที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุ บ้านหนองใส อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี

Main Article Content

วิระศักดิ์ กุลฉะวะ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อประเมินผลการใช้การพัฒนารูปแบบการออกกำลังกายโดยใช้เก้าอี้ประกอบดนตรีที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุ บ้านหนองใส อ.เมือง จ.อุดรธานี ประชากรในการศึกษาครั้งนี้เป็นชมรมผู้สูงอายุ จำนวน 30 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง อายุ 60 ปีขึ้นไป การแบ่งกลุ่มใช้วิธีจับคู่แบบแมชชิงกรุ๊ป (Matching group) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลอง จำนวน 15 คน ให้ฝึกตามโปรแกรมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น กลุ่มควบคุม จำนวน 15 คน ให้ออกกำลังกายทั่วไปด้วยตนเอง 8 สัปดาห์ ๆ ละ 3 วัน ๆ ละ 40 นาที ทำการเก็บข้อมูล ก่อน และหลังการทดลองสัปดาห์ที่ 4, 6 และ 8 ผลการวิจัยพบว่า สองกลุ่มมีอายุเฉลี่ย 67 ปี ชีพจรขณะพักเฉลี่ย 81.62 ความดันโลหิต 131/71.03 น้ำหนักตัวเฉลี่ย 54 กก. ส่วนสูงมีค่าเฉลี่ย 155 ซม.ดัชนีมวลกาย 22.81 ความแข็งแรงกล้ามเนื้อแขนมีค่าเฉลี่ย 20.27 และความอ่อนตัวมีค่าเฉลี่ย 12.52 สมรรถภาพทางกายที่พัฒนาระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ความแข็งแรงกล้ามเนื้อขาของกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ย 18.27 ค่ามาตรฐาน 3.24 ดีกว่ากลุ่มควบคุมมีค่าเฉลี่ย 14.72 ค่ามาตรฐาน 4.24 หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 6 และ 8 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตของกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ย 152 ค่ามาตรฐาน 34.95 ดีกว่ากลุ่มควบคุมมีค่าเฉลี่ย 116 ค่ามาตรฐาน 22.58 หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 6 และ 8 และการทรงตัวของกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ย 1.05 ค่ามาตรฐาน .48 ดีกว่ากลุ่มควบคุมมีค่าเฉลี่ย .30 ค่ามาตรฐาน .18 หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 6 และ 8 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กุลฉะวะ ว. (2026). การพัฒนารูปแบบการออกกำลังกายโดยใช้เก้าอี้ประกอบดนตรีที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุ บ้านหนองใส อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 10(7), 189–202. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/295252
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กนกพร สมตระกูล และศิริพันธุ์ สาสัตย์. (2563). ประสบการณ์การดูแลตนเองในการป้องกันการหกล้มซ้ำของผู้สูงอายุ. วารสารพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 32(1), 52-61.

กรมพลศึกษา. (2563). คู่มือการออกกำลังกายของผู้สูงอายุ. กรุงเทพมหานคร: บริษัท เอส.เอส.พริ้นติ้ง แอน ดีไซน์ จำกัด.

จรัสศรี ศรีโภคา และคณะ. (2564). การศึกษาสมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุในเขตพื้นที่ อำเภอเมืองเลยจังหวัดเลย. วารสารพุทธศาสตร์ มจร.อุบลราชธานี, 6(1), 423-432.

จีระพรรณ ศรีหามี และอรวรรณ ชุบสุวรรณ. (2568). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยตาราง 9 ช่องต่อ การทรงตัวและความกลัวการหกล้ม ของผู้อายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้มและความกลัวการหกล้ม ตำบลจังหาร อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ, 6(1), 13-24.

ณรงค์เดช ศรีประสาน และคุณัญญา มาสดใส. (2566). ผลของการฝึกแอโรบิกด้วยเก้าอี้ร่วมกับไม้พลองต่อ ความดันโลหิตและการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือดในผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง. ใน วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นภสร นีละไพจิตร. (2563). การพัฒนาโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยนาฏศิลป์พื้นบ้านไทยเพื่อพัฒนา การทรงตัวในผู้สูงอายุ. เรียกใช้เมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 จาก https://explore.nrct.go.th/search_detail/result/9751

บรรจง ลาวะลี และคณะ. (2564). การศึกษาสมรรถนะทางกายผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 6(1),172-183.

เบญญาภา ศรีปัญญา และบรรณสิทธิ สิทธิบรรณกุล. (2563). ผลของการออกกำลังกายด้วยตารางเก้าช่องและยางยืดต่อการทรงตัว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและความกลัวต่อการหกล้มในผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม. ราชาวดีสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุรินทร์, 10(1), 28-42.

ไพวัน เพลิดพราว และสุชาดา อำพันขาว. (2568). ประสิทธิผลของการฝึกด้วยโปรแกรมการเต้นแอโรบิกแบบแรงกระแทกต่ำที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของผู้สูงอายุ. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัย การกีฬาแห่งชาติ, 17(3), 181-193.

สมเกียรติ คงธนจินดาสิริ. (2567). การพัฒนารูปแบบกิจกรรมทางกายที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุ. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.สุวรรณภูมิ, 8(2), 73-89.

สุดประนอม สมันตเวคิน และคณะ. (2564). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างศักยภาพผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะ พึ่งพิงโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ตำบลบางนกแขวก จังหวัดสมุทรสงคราม. วารสารวิจัยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต, 5(3), 14-29.

Christopher, G. et al. (2021). The Influence of Music Preference on Exercise Responses and Performance: A Review. Europe PMC, 6(33), 1-16.