การพัฒนาตัวบ่งชี้ภาวะผู้นำที่มีเสน่ห์ตามหลักพุทธธรรมของผู้บริหาร โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

Main Article Content

เอกพิสิษฐ์ ฝีมือดี
ชิษณพงศ์ ศรจันทร์
กรรณิกา ไวโสภา

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) พัฒนาตัวบ่งชี้ภาวะผู้นำที่มีเสน่ห์ตามหลักพุทธธรรมของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ 2) ตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างของตัวบ่งชี้ดังกล่าวกับข้อมูลเชิงประจักษ์ วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การพัฒนาตัวบ่งชี้ ดำเนินการโดยการสังเคราะห์เอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ด้วยแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ระยะที่ 2 การตรวจสอบโมเดลเชิงโครงสร้าง กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามเกณฑ์สัมบูรณ์ของ Comrey & Lee ที่ระบุว่า จำนวน 500 คน เหมาะสมในระดับดีมาก สำหรับการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้สำรองกลุ่มตัวอย่างเพิ่มร้อยละ 25 (125 คน) รวมเป็นกลุ่มตัวอย่างที่ใช้จัดเก็บข้อมูลจริงจากผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 625 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (CFA) คน ผลการวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการบูรณาการหลักพุทธธรรม เพื่อสร้างความศรัทธาในการบริหารสถานศึกษายุคใหม่ โดยภาวะผู้นำที่มีเสน่ห์ตามหลักพุทธธรรม ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ 15 ตัวบ่งชี้ (องค์ประกอบละ 3 ตัวบ่งชี้) ได้แก่ 1) การมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล 2) การสื่อสารอย่างมีประสิทธิผล 3) ความกล้าเสี่ยงตามสถานการณ์ 4) การสร้างความร่วมมือ และ 5) การเป็นแบบอย่างที่ดีด้านจริยธรรม และผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน พบว่า โมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่าสถิติดัชนีความสอดคล้องผ่านเกณฑ์อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ p-value = 0.097 χ²/df = 1.24, RMSEA = 0.02 NNFI = 1, CFI = 1 GFI = 0.98, AGFI = 0.97

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ฝีมือดี เ., ศรจันทร์ ช., & ไวโสภา ก. (2026). การพัฒนาตัวบ่งชี้ภาวะผู้นำที่มีเสน่ห์ตามหลักพุทธธรรมของผู้บริหาร โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 10(7), 268–281. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/295525
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ดอนล่าร์ เสนา และคณะ. (2560). การพัฒนาภาวะผู้นำตามหลักพุทธธรรมของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล ในจังหวัดพิษณุโลก. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ ปริทรรศน์, 6(2),183-194.

พระมหาไพรัช ปภสฺสโร (แก้วโก) และคณะ. (2567). ความต้องการจำเป็นภาวะผู้นำแบบบารมีของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร. วารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์, 5(2), 230-238.

วัชระ คงแสนคำ. (2565). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงศรัทธาบารมีของผู้บริหารสถานศึกษาขนาดเล็ก. ใน รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

วิโรจน์ สารรัตนะ. (2553). การวิจัยทางการบริหารการศึกษา: แนวคิดและกรณีศึกษา. ขอนแก่น: โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา.

ศิริชัย กาญจนวาสี. (2552). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม (Classical Test Theory). (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สัมมา รธนิธย์. (2560). หลักการและทฤษฎีการบริหารการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร: ข้าวฟ่าง.

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2566). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ.

Bennis, W. G. & Nanus, B. (1985). The strategies for taking charge. New York: Harper & Row.

Comrey, A. L. & Lee, H. B. (1992). A First Course in Factor Analysis. (2nd ed.). Mahwah: Lawrence Erlbaum Associates.

Fiol, C. M. et al. (1999). Charismatic leadership: Strategies for effecting social change. The Leadership Quarterly, 10(3), 449-482.

Johnstone, J. N. (1981). Indicators of education systems. Paris: UNESCO.

Polit, D. F. & Beck, C. T. (2010). Statistics and Data Analysis for Nursing Research. (2nd ed.). Upper Saddle River: Pearson Education.

Shamir, B. et al. (1993). The Motivational Effects of Charismatic Leadership: A Self-Concept Based Theory. Organization Science, 4(4), 577-594.