สุนทรียศาสตร์ทางดนตรีและศิลปะการแสดง: อัตลักษณ์พหุวัฒนธรรมกับการสร้างเสริมสุขภาวะทางสังคมของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดนครพนม
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) รากฐานและบริบททางสุนทรียศาสตร์ด้านดนตรีและศิลปะการแสดงของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดนครพนม 2) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมทางสุนทรียศาสตร์กับความสุขและวิถีการดำรงชีวิต และ 3) เสนอแนวทางในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และต่อยอดสุนทรียวัฒนธรรมเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะทางสังคมอย่างยั่งยืน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 6 คน ซึ่งคัดเลือกด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและวิชาการ 2 คน ปราชญ์ชาวบ้านและครูภูมิปัญญา 2 คน และคนในชุมชน 2 คน ร่วมกับการสังเกตการณ์เชิงสุนทรียะในพื้นที่ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้าและการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า สุนทรียศาสตร์ท้องถิ่นของนครพนมมีรากฐานมาจาก “ธรรมชาติ 5 ประการ” (ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ แม่น้ำ ป่าไม้ และภูเขา) และระบบนิเวศวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง ซึ่งหล่อหลอมอัตลักษณ์พหุวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 9 กลุ่ม ดนตรีและศิลปะการแสดงพื้นบ้าน อาทิ แสกเต้นสาก โส้ทั่งบั้ง และการฟ้อนผู้ไท ได้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่สำคัญสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ ในการแสดงออก แลกเปลี่ยน และธำรงอัตลักษณ์พหุวัฒนธรรมร่วมกัน กิจกรรมทางสุนทรียศาสตร์เหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการเป็นกลไกสร้างเสริมสุขภาวะแบบองค์รวม 6 มิติ ได้แก่ ด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม จิตวิญญาณ และปัญญา ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยกระตุ้นอารมณ์เชิงบวก แต่ยังเสริมสร้างความสามัคคี ความไว้วางใจ และความเข้มแข็งของทุนทางสังคม สำหรับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องยึด “หลักความถูกต้อง 3 ประการ” คือ ถูกต้องตามหลักศาสนา จารีตประเพณี และกฎหมาย โดยบูรณาการการอนุรักษ์รากเหง้าดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
Article Details
เอกสารอ้างอิง
นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ. (2558). คำศัพท์ทางมานุษยวิทยา: Anthropology of Music. เรียกใช้เมื่อ 10 เมษายน 2569 จาก https://anthropology-concepts.sac.or.th/glossary/11
ผู้ให้ข้อมูลหลัก KI-02. (20 มี.ค. 2569). รากฐานทางสุนทรียศาสตร์ของจังหวัดนครพนม. (พีระพงษ์ ธีระเผ่าพงษ์, ผู้สัมภาษณ์)
ผู้ให้ข้อมูลหลัก KI-03. (25 มี.ค. 2569). แนวทางในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และต่อยอดวัฒนธรรมด้านดนตรีและศิลปะการแสดงจังหวัดนครพนม. (พีระพงษ์ ธีระเผ่าพงษ์, ผู้สัมภาษณ์)
วิช ตาแก้ว. (2568). สุนทรียศาสตร์: การสังเคราะห์ทางวัฒนธรรมบนฐานปรัชญาไทย เพื่อการเสริมสร้าง Self-Aesthetics ของคนรุ่นใหม่. เรียกใช้เมื่อ 10 เมษายน 2569 จาก https://philosophysuansunandha.com/2025/10/22/aesthetics-cultural-synthesis-of-thai-philosophy-to-self-aesthetics/
วิรุณ ตั้งเจริญ. (2552). สุนทรียศาสตร์เพื่อชีวิต. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: สันติศิริการพิมพ์.
สุชาติ สุทธิ. (2543). สุนทรียภาพของชีวิต: คู่มือการสอน. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: โครงการจัดตั้งคณะศิลปกรรมศาสตร์ สถาบันราชภัฏสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี.
อเนก นาวิกมูล. (2548). ศิลปะการแสดงพื้นบ้านไทย. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์เมืองโบราณ.
Argyrioui, M. (2024). Musica literacy as multimodal and multicultural practice: reimagining education, identity, and social inclusion in a globalised context. European Journal of Social Sciences Studies, 10(6), 68-101. https://doi.org/10.46827/ejsss.v10i6.1927.
Banks, J. A. (2008). An introduction to multicultural education. (4th ed.). Boston: Pearson Education.
Dewey, J. (1934). Art as experience. New York: Perigee Books.
Hall, S. (1990). Cultural identity and diaspora. In Rutherford, J. (Ed.), Identity : Community, culture, difference. (pp. 222-237). London: Lawrence & Wishart.
Merriam, A. P. (1964). The anthropology of music. Evanston: Northwestern University Press.
POSTTODAY. (2563). ชาวนครพนม มีความสุข อันดับ 1 ของประเทศ ติดกัน 2 ปีซ้อน. เรียกใช้เมื่อ 25 มกราคม 2569 จาก https://www.posttoday.com/pr-news/613169
World Health Organization. (2006). Constitution of the World Health Organization. Retrieved April 10, 2026, from https://www.who.int/governance/eb/who_constitution_en.pdf