ภูมิปัญญาผ้าทอลายตากัดกับการพัฒนางานสร้างสรรค์: กรณีศึกษาชุมชนเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา

Main Article Content

อุมาพร จรูญโรจน์
พรพันธุ์ เขมคุณาศัย
ธนภัทร เต็มรัตนกุล
อนินทร์ พุฒิโชติ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาภูมิปัญญาผ้าทอลายตากัด ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา และเพื่อพัฒนาผ้าทอลายตากัดสู่งานสร้างสรรค์ประเภทผลิตภัณฑ์แฟชั่น การวิจัยในครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ และการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสังเกต และการสัมภาษณ์ จากผู้ให้ข้อมูลหลัก ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง และสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย โดยใช้แบบสัมภาษณ์ และแบบสอบถามเป็นเครื่องมือ
ที่ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ และทดลองใช้เพื่อประเมินความชัดเจนของข้อคำถาม และตรวจสอบความเชื่อมั่นของเครื่องมือ ก่อนการเก็บรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาแบบแจกความถี่ และค่าเฉลี่ย ผลการวิจัยพบว่า ผ้าทอลายตากัด (อวน) ของชุมชนเกาะยอเป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นร่วมสมัยได้ โดยรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย ชุดราตรี ชุดเดรสทำงานและชุดลำลอง ซึ่งผู้บริโภคมีแนวโน้มเลือกซื้อชุดลำลองมากที่สุด ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญและผู้บริโภคมีความเห็นสอดคล้องกันว่าผลิตภัณฑ์ควรมีความทันสมัย ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน และมีราคาที่เหมาะสม ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ได้แก่ เนื้อผ้า ราคา และรูปแบบของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอควรให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ผสมผสานอัตลักษณ์ดั้งเดิมกับแนวคิดร่วมสมัย การเพิ่มความหลากหลายของสีสัน และการสร้างเรื่องราวให้กับผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่า และความน่าสนใจในตลาด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จรูญโรจน์ อ., เขมคุณาศัย พ., เต็มรัตนกุล ธ., & พุฒิโชติ อ. (2026). ภูมิปัญญาผ้าทอลายตากัดกับการพัฒนางานสร้างสรรค์: กรณีศึกษาชุมชนเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 10(8), 259–275. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/295581
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงวัฒนธรรม. (2562). วัฒนธรรมสรรค์สร้าง เศรษฐกิจสร้างสรรค์. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม.

คมกริช ชาญณรงค์. (2560). การใช้สาระด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นในสถานศึกษา : สภาพปัญหาและการพัฒนาเชิงสร้างสรรค์. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 11(3), 64-71.

ตุนท์ ชมชื่น. (2558). การเสริมสร้างศักยภาพการผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน “ผ้าทอกะเหรี่ยง” ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: กรณีชุมชนตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย. วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต, 3(2), 203-214.

ทักษิณา พิธกุล. (2559). การอนุรักษ์และการประยุกต์ภูมิปัญญาหัตถกรรมผ้าทอของคนยองในจังหวัดลำพูน (The Conservation and Application of Local Wisdom in Hand Woven Textiles of Yawng People in Lamphun Province). วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 24(45), 139-156.

ธเนศวร์ เจริญเมือง. (2555). ชุมชนท้องถิ่นกับภูมิปัญญาไทย. เชียงใหม่: ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์ และการพัฒนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ธำรงรัฐ ศรีทอง. (2562). การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเชิงวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม.

ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: ราชบัณฑิตยสถาน.

สำนักงานส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน. (2555). คู่มือการลงทะเบียนผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ปี 2555. กรุงเทพมหานคร: กรมการพัฒนาชุมชน.

อรรถพันธ์ พงศ์เลาหพันธุ์. (2563). การพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอแฟชั่นไลฟ์สไตล์จากทุนวัฒนธรรมพื้นถิ่นจังหวัดน่านเพื่อการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์. ศิลปกรรมสาร, 13(2), 102-119.

อรรถสิทธิ์ จันทร์นิเวศน์. (2557). การศึกษาพัฒนารูปแบบผ้าทอดอกจอกแบบดั้งเดิม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสินค้าแฟชั่น : กรณีศึกษาโครงการผ้าทอในพระบรมราชินูปถัมภ์วัดน้ำเต้าอำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. ใน วิทยานิพนธ์ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาศิลปกรรม. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

Sawada, Y. (2019). Asian economic integration report 2019/2020: Demographic change, productivity, and the role of technology. Philippines: Asian Development Bank.

Throsby, D. (2001). Economy and culture. Cambridge: Cambridge University Press.

UNESCO. (2003). Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage. Paris: United Nations.