รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างทักษะการจัดการเรียนรู้ ของนักศึกษาวิชาชีพครูเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ

Main Article Content

ภัทริยากุล แก่นแก้ว

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างทักษะการจัดการเรียนรู้ ของนักศึกษาวิชาชีพครู เครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ 2) ประเมินสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างทักษะการจัดการเรียนรู้ ของนักศึกษาวิชาชีพครู เครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ และ 3) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างทักษะการจัดการเรียนรู้ ของนักศึกษาวิชาชีพครู เครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาครูมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จำนวน 297 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิและผู้ทรงคุณวุฒิรวม 17 ท่าน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมินองค์ประกอบ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ประกอบของการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 5 ด้าน รวม 36 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ ด้านกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ด้านสื่อที่ใช้ในการเรียนการสอน ด้านสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ ด้านวิชาการและกิจกรรมการสอน และด้านการมีส่วนร่วม ซึ่งทุกองค์ประกอบมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์และสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม 2) สภาพปัจจุบันของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ทั้งในด้านสภาพปัจจุบัน (equation = 4.46, S.D. = 0.67) ด้านการมีส่วนร่วมมีค่าเฉลี่ยสูงสุด และสภาพที่พึงประสงค์ (equation = 4.65, S.D. = 0.55) ด้านกิจกรรมการจัดการเรียนรู้มีค่าความต้องการจำเป็นสูงสุด ควรพัฒนาอย่างเร่งด่วน และ 3) รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่พัฒนาขึ้นมี 5 องค์ประกอบหลัก ผลการประเมินรูปแบบ พบว่า มีความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
แก่นแก้ว ภ. (2026). รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างทักษะการจัดการเรียนรู้ ของนักศึกษาวิชาชีพครูเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 10(7), 282–297. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/295668
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จักรกฤษณ์ ถินคำเชิด. (2562). การพัฒนารูปแบบการสร้างชุมชน การเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) สู่การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนเทศบาลวัดสระทอง. ร้อยเอ็ด: เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด.

นัยนา ตันเจริญ และคณะ. (2564). การพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนประถมศึกษาสู่ความเป็นเลิศ ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. สิกขา วารสารศึกษาศาสตร์, 8(2), 125-135.

รินรดี พราหมณี. (2563). การพัฒนาโมเดลการวัดสมรรถนะวิชาชีพครู สำหรับนักศึกษาฝึกประสบการณ์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. วารสารราชพฤกษ์, 21(3), 139-154.

ศิรประภา พฤทธิกุล. (2561). การวิจัยและพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะในวิชาชีพครูของนิสิตสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย. วารสารการศึกษาและการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยบูรพา, 14(1), 165-179.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

อัญชัน เพ็งสุข. (2565). การพัฒนาทักษะในการแก้ปัญหาของนักศึกษาวิชาชีพครู โดยใช้สถานการณ์จำลอง. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์, 12(3), 103-114.

Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. New York: W.H. Freeman.

Bonwell, C. C. & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom. Washington, DC: George Washington University.

Darling-Hammond, L. (2017). Teacher education around the world: What can we learn from international practice? European Journal of Teacher Education, 40(3), 291-309.

Darling-Hammond, L. et al. (2020). Implications for educational practice of the science of learning and development. Applied Developmental Science, 24(2), 97-140.

Dewey, J. (1938). Experience and education. New York: Macmillan.

DuFour, R. (2004). What is a “professional learning community”? Educational Leadership, 61(8), 6-11.

Fullan, M. (2007). The new meaning of educational change. (4th ed.). New York: Teachers College Press.

Hattie, J. (2009). Visible learning: A synthesis of over 800 meta-analyses relating to achievement. London: Routledge.

Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. New Jersey: Prentice Hall.

König, J. et al. (2020). Adapting to online teaching during COVID-19 school closure: Teacher education and teacher competence effects among early career teachers in Germany. European Journal of Teacher Education, 43(4), 608-622.

Marzano, R. J. (2003). What works in schools: Translating research into action. Alexandria: ASCD.

OECD. (2019). Teaching and learning international survey (TALIS) 2018 results (Volume I): Teachers and school leaders as lifelong learners. Paris: OECD Publishing.

Prince, M. (2004). Does active learning work? A review of the research. Journal of Engineering Education, 93(3), 223-231.

Sergiovanni, T. J. (2001). Leadership: What's in it for schools? London: RoutledgeFalmer.

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Cambridge: Harvard University Press.