การพัฒนาโปรแกรมการโค้ชเพื่อส่งเสริมทักษะการออกแบบกิจกรรม การเรียนรู้เชิงรุกของครูปฐมวัย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาโปรแกรมการโค้ชเพื่อส่งเสริมทักษะการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกของครูปฐมวัย 2) พัฒนาและตรวจสอบโปรแกรมการโค้ช 3) ทดลองใช้โปรแกรม และ 4) ประเมินผลการใช้โปรแกรมในบริบทศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา 4 ระยะ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานกลุ่มตัวอย่างและผู้ให้ข้อมูล ประกอบด้วย 1) ผู้บริหารและครูปฐมวัย จำนวน 368 คน 2) ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน และ 3) ครูปฐมวัยที่เข้าร่วมทดลองใช้โปรแกรม จำนวน 15 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เกณฑ์การคัดเลือกจากประสบการณ์การปฏิบัติงาน ความเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาปฐมวัย เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินโปรแกรม แบบประเมินทักษะการออกแบบกิจกรรม แบบประเมินผลการใช้โปรแกรม และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างสัมพันธ์ ผลการวิจัยพบว่า โปรแกรม ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ 2) สื่อการเรียนรู้ 3) สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ 4) การสนับสนุนด้านวิชาการ และ 5) การมีส่วนร่วมในการกำกับ ติดตาม และประเมินผล รวม 19 ตัวบ่งชี้ โปรแกรมมีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความสอดคล้อง และความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมาก ทักษะการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกของครูปฐมวัยหลังการใช้โปรแกรมสูงกว่าก่อนการใช้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการประเมินการใช้โปรแกรมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยด้านคุณภาพของเด็กปฐมวัยอายุ 2 - 4 ปีมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ขณะที่ความพึงพอใจต่อโปรแกรมโดยรวมอยู่ในระดับมาก
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กมล โพธิเย็น. (2564). Active learning: การจัดการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์การจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 19(1), 11-28.
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2566). ข้อมูลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปีงบประมาณ 2566. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงมหาดไทย.
ขวัญเกื้อ แสงแก้ว. (2565). การพัฒนารูปแบบการโค้ชโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูภาษาไทย ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 10. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 4(2), 53-66.
ชนันภรณ์ ใจเสาร์ดี. (2567). การใช้ Active learning ในการพัฒนาด้านคุณธรรมจริยธรรม ของเยาวชนในศตวรรษที่ 21. วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ, 34(1), 165-180.
ปิยะดา ศรีบุศย์ดี. (2565). ผลของการจัดการเรียนการสอนแบบการเรียนรู้เชิงรุกที่มีต่อความคิดสร้างสรรค์และสมาธิของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการธุรกิจการโรงแรม. วารสารเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืน, 4(1), 77-96.
เพลินตา พรหมบัวศรี และอรพิน สว่างวัฒนเศรษฐ์. (2560). การพัฒนาครูโค้ชในศตวรรษที่ 21. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 11(1), 110-121.
วณิชยา นุ่มน้อย. (2566). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แนวคิดพหุสัมผัสเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านและการเขียนของเด็กปฐมวัย. ใน วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการทางการศึกษาและการจัดการเรียนรู้. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สุณัฎฐา นวนิล และธัชชัย จิตรนันท์. (2567). การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะครูปฐมวัยด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกสำหรับสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2. วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 13(2), 306-319.
สุณี บุญพิทักษ์ และคณะ. (2564). การเสริมสร้างศักยภาพครูปฐมวัยศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดกำแพงเพชร. Journal of Buddhist Education and Research, 7(2), 47-58.
เสกสันต์ ทองม่วง. (2568). การพัฒนาความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกสู่โรงเรียนคุณภาพ ด้วยกระบวนการแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูในสหวิทยาเขตวังจันทร์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลก อุตรดิตถ์. วารสารสังคมศึกษาปริทรรศน์, 1(2), 36-49.
Freeman, S. et al. (2014). Active learning increases student performance in science, engineering, and mathematics. Proceedings of the National Academy of Sciences, 111(23), 8410-8415.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Zaslow, M. et al. (2010). Toward the Identification of Features of Effective Professional Development for Early Childhood Educators. Washington: Department of Education.