ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในมุมมองของผู้ใช้ถนน ในชุมชนจังหวัดระยอง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความคิดเห็นของประชาชนต่อปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในชุมชนจังหวัดระยอง 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อปัจจัยดังกล่าวจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลด้านเพศ อาชีพ ระดับการศึกษาและการมีพาหนะส่วนตัว และ 3) เพื่อเสนอแนวทางในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนจังหวัดระยอง การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ใช้ถนนในชุมชนจังหวัดระยอง จำนวน 400 คน ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.93 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Independent t-test และ One-way ANOVA หากพบความแตกต่างจะทำการทดสอบรายคู่ด้วย Scheffe Analysis ผลการวิจัยพบว่า ระดับความคิดเห็นของประชาชนต่อปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยปัจจัยที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ( = 3.46) รองลงมา คือ ด้านตัวผู้ขับขี่ (
= 3.43) และด้านพฤติกรรมของผู้ขับขี่ (
= 3.34) ตามลำดับ ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลด้านเพศ อาชีพ ระดับการศึกษา และการมีพาหนะส่วนตัว พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายและพฤติกรรมของผู้ใช้ถนนมีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในชุมชน ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จัดกิจกรรมส่งเสริมวินัยจราจรในชุมชน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมการปกครอง. (2568). ประกาศสถิติจำนวนประชากรประจำปี 2567. เรียกใช้เมื่อ 10 ธันวาคม 2568 จาก https://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statMenu/newStat/sumyear.php
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย. (2561). สรุปรายงานสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนน. เรียกใช้เมื่อ 25 มีนาคม 2569 จาก https://backofficeminisite.disaster.go.th/apiv1/apps/minisite_RAYONG/204/sitedownload/1492/download?TypeMenu=InnerMenu&filename=5ed61cd05c264.pdf
จังหวัดระยอง. (2569). รายงานผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันจังหวัดระยอง. เรียกใช้เมื่อ 20 มีนาคม 2569 จาก http://rayong.go.th/web/assets/uploads/department/document/20210329_58194.pdf
ธนชาตประกันภัย. (2564). เมื่อรู้แล้วว่ามีจุดเสี่ยง ก็ต้องแยกแยะได้ว่าเสี่ยงเพราะอะไร. เรียกใช้เมื่อ 17 มิถุนายน 2569 จาก https://x.gd/tcuAQ
ปิยวรรณ ถนัดธนูศิลป์ และสุรเมศวร์ พิริยะวัฒน์. (2567). การวิเคราะห์ปัจจัยองค์ประกอบการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในกรณีที่มีผู้เสียชีวิต: กรณีศึกษาพื้นที่เขตเมืองหลักจังหวัดชลบุรี. วิศวกรรมสารฉบับวิจัยและพัฒนา, 35(4), 43-66.
ภาวิณี เอี่ยมตระกูล และสรารัตน์ ฉายพงษ์. (2564). การศึกษาปัจจัยพฤติกรรมเสี่ยงที่ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน. วารสารชุมชนวิจัยและพัฒนาสังคม, 15(3), 30-42.
สุรชัย จันทรศรี. (2568). การพัฒนารูปแบบการป้องกันและแนวทางแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนกลไกของคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนและการมีร่วมของชุมชน อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิชาการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและสาธารณสุข, 3(3), 757-769.
หน่วยเฝ้าระวังและสะท้อนสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนน. (2569). สถิติและข้อมูล. เรียกใช้เมื่อ 20 มีนาคม 2569 จาก https://trso.thairoads.org/statistic/provincial/52/P-SPI-B/P-SPI-B1/P-SPI-B1-02
Cronbach, L. J. (1963). Educational psychology. (2nd ed.). New York: Harcourt.
Elvik, R. et al. (2009). The handbook of road safety measures. (2nd ed.). Leeds: Emerald Group Publishing.
Evans, L. (2004). Traffic safety. Retrieved April 10, 2026, from https://scienceservingsociety.com/ts/text/ch01.pdf
Likert, R. (1967). The human organization: Its management and value. New York: McGraw-Hill.
Machin, M. A. & Sankey, K. S. (2008). Relationships between young drivers’ personality characteristics, risk perceptions, and driving behaviour. Accident Analysis & Prevention, 40(2), 576-585. https://doi.org/10.1016/j.aap.2007.08.013.
Muangpan, T. et al. (2025). Post-crash Response Factors for Road Traffic Transport in the Eastern Economic Corridor of Thailand. Journal of Road Safety, 36(4), 28-39. https://doi.org/10.33492/JRS-D-25-4-2658024.
Rhodes, N. & Pivik, K. (2011). Age and gender differences in risky driving: The roles of positive affect and risk perception. Accident Analysis & Prevention, 43(3), 923-931. https://doi.org/10.1016/j.aap.2010.11.015.
Rumar, k. (1987). Collective Risk but Individual Safety. Ergonomics, 31(4), 507-518. https://doi.org/10.1080/00140138808966695.
Seefong, M. et al. (2024). A study of motorcycle riders related to speeding behavior in Thailand’s Industrial zones. Scientific Reports, 14(2024), 29889. https://doi.org/10.1038/s41598-024-81793-1.
StanoJevic, P. et al. (2013). Influence of traffic enforcement on the attitudes and behaviour of drivers. Accident Analysis & Prevention, 52(2013), 29-38. https://doi.org/10.1016/j.aap.2012.12.019.
Thai PBS The ACTIVE. (2569). ใครได้ ใครเสีย ใครต้อง จ่าย? อุบัติเหตุทางถนนทำไทยสูญ 5.9 แสนล้านต่อปี. เรียกใช้เมื่อ 12 มีนาคม 2569 จาก https://x.gd/PLqsT
Thai RSC. (2569). รวมสถิติ อุบัติเหตุทางถนน. เรียกใช้เมื่อ 10 มีนาคม 2569 https://www.thairsc.com
Useche, S. A. et al. (2019). Validation of the driving behaviour questionnaire for Spanish drivers. Transportation Research Part F: Traffic Psychology and Behaviour, 60(2019), 549-559. https://doi.org/10.1016/j.trf.2018.11.013.
World Health Organization. (2023). Global status report on road safety 2023. Retrieved April 20, 2026, from https://www.who.int/publications/i/item/9789240086517
Yamane, T. (1967). Statistics: An introductory analysis. (2nd ed.). New York: Harper & Row.