แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักในการปฏิบัติงานของบุคลากร เทศบาลตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

Main Article Content

ปณพักตร์ พงษ์พุทธรักษ์
สิราวิชญ์ กีรติอุไร
ปิยะมาศ สุรภพพิศิษฐ์
นิรวิทธ์ เพียราษฎร์
นพดล เพิ่มสมบูรณ์

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นและแนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของบุคลากรเทศบาลตำบลหนองกระทุ่ม เป็นการวิจัยและพัฒนา มีขั้นตอนการวิจัย ดังนี้ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นกับประชากร จำนวน 63 คน และ 2) สร้างและประเมินแนวทางการพัฒนาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม และแบบประเมินแนวทางการพัฒนา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง (PNImodified) และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพที่เป็นจริงของสมรรถนะหลักโดยรวมอยู่ในระดับมาก (equation = 4.18, S.D. = 0.53) สภาพที่คาดหวังอยู่ในระดับมากที่สุด (equation = 4.75, S.D. = 0.48) สะท้อนช่องว่างสมรรถนะที่ต้องพัฒนาทุกด้าน เมื่อนำมาวิเคราะห์ค่า PNImodified พบว่า ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาเรียงลำดับจากมากไปน้อย ได้แก่ การมุ่งผลสัมฤทธิ์ ความเข้าใจในองค์กรและระบบงาน การยึดมั่นในความถูกต้องและจริยธรรม การทำงานเป็นทีม และการบริการเป็นเลิศ และ 2) ผู้วิจัยคัดเลือกสมรรถนะที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด 3 ลำดับแรกมาจัดทำแนวทางการพัฒนา ได้แก่ 1) การบริหารผลการปฏิบัติงานเชิงรุกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมุ่งผลสัมฤทธิ์ 2) การเสริมสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้และการบูรณาการระบบงานอัจฉริยะข้ามสายงาน และ 3) การหล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กรสุจริตสู่การยกระดับธรรมาภิบาลตามมาตรฐานคุณธรรมและความโปร่งใส แต่ละแนวทางการพัฒนา ประกอบด้วย วัตถุประสงค์ วิธีการพัฒนา และการประเมินผล ผลการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า แนวทางการพัฒนาทั้ง 3 มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (equation = 4.63, S.D. = 0.30) และมีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก (equation = 4.44, S.D. = 0.37)

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พงษ์พุทธรักษ์ ป., กีรติอุไร ส., สุรภพพิศิษฐ์ ป., เพียราษฎร์ น., & เพิ่มสมบูรณ์ น. (2026). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักในการปฏิบัติงานของบุคลากร เทศบาลตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 10(9), 373–387. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/297447
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรรณสิทธิ์ สะและน้อย และคณะ. (2568). แนวทางการเสริมสร้างสมรรถนะของข้าราชการและลูกจ้างองค์การบริหารส่วนตำบลป่าคาหลวง อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน. วารสารธรรมเพื่อชีวิต, 31(3), 61-72.

จิราภรณ์ พงษ์วาปี. (2564). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะการปฏิบัติงานของบุคลากรสำนักปลัดเทศบาล เทศบาลเมืองหนองคาย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มมร.วิทยาเขตอีสาน, 2(2), 35-42.

เจริญ ภูสุวรรณ และกมลวรรณ วรรณธนัง. (2566). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของพนักงานในเทศบาลเมืองเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารการบริหารนิติบุคคลและนวัตกรรมท้องถิ่น, 9(3), 103-116.

ชัยวุฒิ เทโพธิ์ และพงษ์เสถียร เหลืองอลงกต. (2563). แนวทางการส่งเสริมสมรรถนะที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, 11(1), 135-150.

ดวงรัตน์ ธรรมสโรช และคณะ. (2564). การพัฒนาสมรรถนะหลักในการปฏิบัติงานของบุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดสระบุรี. วารสารรัชต์ภาคย์, 15(43), 326-338.

ดวงฤทัย ศรีมุกข์. (2564). การพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช. ใน สารนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการจัดการ. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

เทศบาลตำบลหนองกระทุ่ม. (2568). ข้อมูลทั่วไป. เรียกใช้เมื่อ 5 ธันวาคม 2568 จาก https://www.nongkratumkorat.go.th/info.php?cg=4&ct=1

นิตยา เติมเทียน และศิริพร เลิศยิ่งยศ. (2565). สมรรถนะหลักที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงานของพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, 1(2), 27-44.

ปวีณา สุกัน และเขมณัฐ ภูกองไชย. (2564). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของบุคลากรการบริหารส่วนตำบลในเขตอำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, 15(1), 28-38.

พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. (2542). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่ 114 ก หน้า 48-66 (17 พฤศจิกายน 2542).

พระราชบัญญัติเทศบาล. (2496). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 70 ตอนที่ 14 หน้า 222-257 (17 กุมภาพันธ์ 2496).

ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2557). หลักและเทคนิคการสอนระดับอุดมศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เยาวภา รุ่งเรือง และคณะ. (2567). สมรรถนะดิจิทัล: การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภาครัฐในศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 6(1), 185-201.

วิชัย วงษ์ใหญ่. (2554). การพัฒนาหลักสูตรแบบครบวงจร. กรุงเทพมหานคร: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2550). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อัญชลี กองแก้ว. (2561). การพัฒนาสมรรถนะการบริหารของผู้บริหารเทศบาลตำบลบางละมุง จังหวัดชลบุรี. ใน สารนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

Boyatzis, R. E. (1982). The competent manager: A model for effective performance. New York: John Wiley & Sons.

de Waal, A. A. (2010). A performance management readiness review framework for governmental service providers. Business Horizons, 53(4), 405-412.

Dingelstad, J. et al. (2022). Hybrid data competencies for municipal civil servants: An empirical analysis of the required competencies for data-driven decision-making. Public Personnel Management, 51(4), 458-490. https://doi.org/10.1177/0091026022111174.

Dubois, D. D. & Rothwell, W. J. (2004). Competency-based human resource management: Discover a new system for unleashing the productive power of exemplary performers. Mountain View: Davies-Black Publishing.

Eraut, M. (2004). Informal learning in the workplace. Studies in Continuing Education, 26(2), 247-273. https://doi.org/10.1080/158037042000225245.

Kaplan, R. S. & Norton, D. P. (1996). The balanced scorecard: Translating strategy into action. Boston: Harvard Business School Press.

Kotter, J. P. (1996). Leading Change. Boston: Harvard Business School Press.

Locke, E. A. & Latham, G. P. (2002). Building a practically useful theory of goal setting and task motivation: A 35-year odyssey. American Psychologist, 57(9), 705-717. https://doi.org/10.1037/0003-066X.57.9.705.

McClelland, D. C. (1973). Testing for competence rather than for “intelligence.”. American Psychologist, 28(1973), 1-14. http://dx.doi.org/10.1037/h0034092.

Organization for Economic Co-operation and Development. (2017). Recommendation of the Council on Public Integrity (OECD/LEGAL/0435). OECD Legal Instruments. Retrieved August 18, 2025, from https://legalinstruments.oecd.org/en/instruments/OECD-LEGAL-0435

Ouabi, Z. et al. (2024). Human resource practices and job performance: Insights from public administration. Societies, 14(12), 247. https://doi.org/10.3390/soc14120247.

Senge, P. M. (1990). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization. New York: Doubleday/Currency.

Skorková, Z. (2016). Competency models in public sector. Procedia - Social and Behavioral Sciences, 230(2016), 226-234. https://doi.org/10.1016/j.sbspro.2016.09.029.

Spencer, L. M. Jr. & Spencer, S. M. (1993). Competence at work: Models for superior performance. New York: John Wiley & Sons.