การบริหารจัดการมัสยิดในฐานะนิติบุคคลในจังหวัดชายแดนภาคใต้
คำสำคัญ:
มัสยิด, นิติบุคคล , จังหวัดชายแดนภาคใต้บทคัดย่อ
การศึกษาเรื่องการบริหารจัดการมัสยิดในฐานะนิติบุคคลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่อง สถานการณ์สุขภาวะเพื่อพัฒนาเครือข่ายการเปลี่ยนผ่านสุขภาวะมุสลิมมลายูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาองค์ความรู้เกี่ยวกับนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับศาสนสถานโดยเน้นมัสยิด 2) เพื่อศึกษาบทบาทมัสยิดจากมัสยิดกรณีศึกษาในฐานะนิติบุคคลในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 3) เพื่อเป็นแนวทางการยกระดับศักยภาพของมัสยิดในการขับเคลื่อนชุมชนจากมัสยิดกรณีศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ วิธีดำเนินการวิจัยโดยการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การศึกษากรณีมัสยิดตัวอย่าง การศึกษาพบว่า พระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 และ และกฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ.2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 ระบุมัสยิดจัดอยู่นิติบุคคลตามกฎหมายมหาชนเทียบได้กับจังหวัด กระทรวง ทบวง กรม และองค์กรมหาชนอื่น ๆ หากคณะกรรมการมัสยิดโดยเฉพาะอิหม่ามมัสยิดเข้าใจนัยยะของกฎหมาย จะทำให้เข้าได้ว่ามัสยิดสามารถบริหารจัดการกิจการต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ดังปรากฏในมัสยิดกรณีตัวอย่าง คือ มัสยิดอัตตะอาวุน มัสยิดนูร์อีมาน และมัสยิดบ้านเหนือ ได้มีการจัดตั้งอนุกรรมการฝ่ายต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนสังคม
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิงฉบับภาษาไทย
มะดาโอะ ปูเตะ, มะรีกี ปูเตะ และณรงค์ หัสนี. (2554). การบริหารจัดการซะกาตฟิตเราะฮฺของอิหม่ามมัสยิดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่การสร้างชุมชนเข้มแข็ง: กรณีศึกษามัสยิดอัลอัจญ์ริดดาอิม อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส. มหาวิทยาลัยฟาฏอนี.
มะรอแซะ เล๊าะ. (2555). บทบาทขององค์กรมัสยิดและอิหม่ามในการขับเคลื่อนการศึกษาอย่างบูรณาการของชุมชนมุสลิม: กรณีศึกษา มัสยิดกมาลุลอิสลาม แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร. สถาบันพระปกเกล้า.
รอฮานิ เจะอาแซ, ฮัสณาฐ์ โต๊ะพา, คอลีเยาะ เจะแว, ฟารี่ด๊ะ บิลล่าเต๊ะ, สุไฮดาร์ แวเตะ, เจ๊ะยารีเย๊าะ เจะโซ๊ะ และฉมาพร หนูเพชร. (2559). รายงานการวิจัยเรื่องรูปแบบการป้องกันยาเสพติดโดยใช้มัสยิดเป็นศูนย์กลาง : กรณีศึกษาชุมชนมัสยิดบ้านเหนือ ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และชุมชนมัสยิดบ้านลุ่ม ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี. คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี.
สะสือรี วาลี, มะดาโอะ ปูเตะ, อับดุลการีม อัสมะแอ, อับดุลเลาะ อูมา และฮัสบุลเลาะ อาศิสสกุล. (2555). บทบาทคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดในการดูแลเยาวชนตามวิถีแห่งศาสนาอิสลามเพื่อเสริมสร้างสันติสุข: กรณีศึกษามัสยิดตะอาวุน ตำบลบางปู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี. สถาบันพระปกเกล้า.
สุไรยา หนิเร่, สุรชัย ไวยวรรณจิตร, รุ่งโรจน์ ชอบหวาน, โรฮาณีย์ ปูเต๊ะ และมูฮำหมัดราพีร์ มะเก็ง. (2567). กลไกการมีส่วนร่วมและมาตรการในการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ในโรงเรียนของรัฐ และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้. วารสารสหวิทยาการเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, 14(2), 1-12. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/GRAURU/article/view/274715
ฮัลวา ตาญี. (2554). มัสยิดบ้านเหนือ ต้นแบบสันติสุขอย่างยั่งยืนแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะมุสลิมไทย (สสม.) มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
เอกสารอ้างอิงฉบับภาษาต่างประเทศ
Eman Suherman. (2012). Manajemen masjid. Alfa Beta.
Sidi Gazalba. (1983). Masjid pusat ibadat dan kebudayaan Islam. Pustaka.
Syahruddin Hanafie & Abdullah Abud. (1986). Mimbar masjid. Haji Masagung.Antara.
Yusuf Al-Qaradhawi. (2000). Tuntunan membangun masjid. Gema Insani Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มนารอ : วารสารประเด็นอิสลามร่วมสมัย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.